เสี่ยวจ้านตัวแข็งค้างอยู่ตรงนั้น ความร้อนบนใบหน้าไม่เพียงไม่จางหาย กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ลามจากแก้มไปจนถึงโคนคอ
ดูสิ ภรรยาของเขาพูดอะไรออกมาบ้าง
เธอยังหยอกล้อเขาอีก!
ตลอดเวลากว่ายี่สิบปีที่มีชีวิตอยู่ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสว่าความกระอักกระอ่วนใจเป็นอย่างไร
แต่เขากลับขยับตัวไม่ได้ ทำได้เพียงมองตัวต้นเหตุอย่างช่วยไม่ได้ ผู้หญิงใจกล้าคนนั้นชื่นชมท่าทางกระอักกระอ่วนของเขาจนพอใจแล้ว ถึงค่อยยืดตัวขึ้นอย่างอิ่มเอม
เจียงซูหรงมองเขาที่หน้าแดงราวกับจะสุก รอยยิ้มในดวงตาแทบจะล้นออกมา
เธอรู้จักพอดี ไม่ได้เติมเชื้อไฟต่อ
เธอหมุนตัว เดินด้วยฝีเท้าเบาสบายไปยังเตียงคนเฝ้าไข้ที่แข็งแรงทนทานตัวนั้น
สายตาของเสี่ยวจ้านเคลื่อนไปตามแผ่นหลังของเธออย่างห้ามไม่อยู่
จนกระทั่งเธอบิดขี้เกียจแล้วล้มตัวลงนอน เขาถึงราวกับถูกคลายมนตร์สะกดให้หยุดนิ่ง และได้สติกลับมาอย่างฉับพลัน
“เฮ้อ...”
เสียงถอนหายใจแผ่วเบาที่เจือความไม่พอใจอยู่เล็กน้อยดังมาจากทางเตียงคนเฝ้าไข้ แว่วเข้าหูเสี่ยวจ้านอย่างชัดเจน
เขาหันหน้าไปตามสัญชาตญาณ เห็นเจียงซูหรงยืนอยู่ข้างเตียง ใช้มือกดลงบนฟูกบาง ๆ คิ้วเรียวขมวดแน่น
“เตียงนี่แข็งเกินไปแล้ว แข็งเหมือนแผ่นเหล็กเลย” เธอบ่นพึมพำเสียงเบา พลางยื่นมือไปตบหมอนเบา ๆ “หมอนก็แบนแบบนี้อีก...”
เสี่ยวจ้านเม้มปาก ไม่พูดอะไร
เขารู้ดีอยู่แล้วว่าสภาพเตียงคนเฝ้าไข้ไม่ดี เพราะเดิมทีก็มีไว้ให้คนเฝ้าชั่วคราวใช้นอนขัดตาทัพแค่คืนเดียว
