เสิ่นเหอสีหน้าเคร่งขรึม ก้าวออกมาครึ่งก้าวแล้วเอ่ยเสียงหนักแน่นว่า “ผู้อาวุโส พวกเราไม่รู้ว่านี่เป็นฝีมือของท่าน ไม่ได้ตั้งใจทำลายค่ายกลที่ท่านวางไว้ ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง ตอนนี้พวกเราจะรีบจากไปทันที จะไม่รบกวนท่านอีก”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงของเสิ่นเหอ เสียงหัวเราะเย็นเยียบแหบพร่าของศีรษะสีดำก็ดังขึ้นอีกครั้ง “หึ ๆ แค่บอกว่าไม่รู้เรื่อง ก็คิดว่าจะปัดเรื่องนี้ให้พ้นตัวได้หรือ?”
“ค่ายกลสี่อสูรร้ายหล่อเลี้ยงศพของข้า อีกไม่กี่เดือนก็จะสมบูรณ์แล้ว พวกเจ้าทำลายความพยายามหลายปีของข้า จะให้จบกันง่าย ๆ ได้อย่างไร!”
“แล้วผู้อาวุโสต้องการอะไร?”
“ทิ้งเด็กสาวคนนั้นไว้ รวมถึงไอ้หนุ่มที่หลบอยู่ข้างหลังด้วย แล้วข้าจะไว้ชีวิตคนที่เหลือ”
สีหน้าเสิ่นเหอเปลี่ยนไปฉับพลัน เคร่งเครียดขึ้นทันที
หลูจื่อหมิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ลอบประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์จนกระจ่างตั้งแต่แรกแล้ว
ถ้าอีกฝ่ายมีพลังเหนือกว่าอย่างเด็ดขาด ก็คงปรากฏตัวออกมาสยบพวกเขาตั้งแต่ตอนซอมบี้ตัวแรกถูกฆ่าแล้ว ไม่มีทางรอจนตัวที่สองถูกฆ่าถึงค่อยออกมา
ที่อีกฝ่ายไม่ยอมเผยร่างจริงเสียที ย่อมเป็นเพราะถูกกฎบางอย่างจำกัด หรือไม่ก็ร่างจริงมาไม่ถึงที่นี่ จึงทำอะไรพวกเขาไม่ได้
คนที่เลี้ยงซอมบี้ระดับห้าได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา ปกติมักใจเหี้ยมอำมหิตและเด็ดขาดในการสังหาร
ถ้ามีพลังจริงก็คงลงมือสังหารทุกคนเพื่อนำไปหล่อเลี้ยงศพนานแล้ว ไม่มีทางเสียเวลาพูดมาก แสดงว่าอีกฝ่ายไม่มีความสามารถพอจะกำจัดพวกเขา
ดูจากเครื่องแต่งกายของซอมบี้แล้ว เห็นชัดว่าเป็นซอมบี้โบราณที่ขุดขึ้นมาจากสุสานโบราณ อีกฝ่ายคงเป็นเจ้าพวกแก่ที่ซ่อนตัวเลี้ยงศพอยู่ในที่มืด คนเลี้ยงศพแบบนี้ส่วนใหญ่ตัวเองไม่แข็งแกร่ง อาศัยแต่ควบคุมซอมบี้ต่อสู้ หากไม่มีซอมบี้แล้วมันจะนับเป็นตัวอะไรได้
เมื่อคิดทุกอย่างออก หลูจื่อหมิงก็เดินออกไปตรง ๆ น้ำเสียงเจือความดูแคลนอยู่หลายส่วน “ไอ้แก่ แกไม่กลัวหรือว่าฉันจะขุดโลงอีกสองโลงของแกขึ้นมาทำลายให้หมด?”
