ชั่วพริบตาถัดมา เงาร่างหนึ่งพุ่งขึ้นไปกลางอากาศ โม่เหยายกมือกวัก กระบี่เหินก็พุ่งกลับมาอยู่ในมือของนาง
ทุกครั้งที่นกสิ่งลี้ลับโฉบลงมา ก็จะถูกกระบี่เหินสวนกลับ กรงเล็บของมันปะทะเข้ากับกระบี่
โม่เหยาเคลื่อนไหวปราดเปรียว ปฏิกิริยาว่องไว ทุกครั้งที่กรงเล็บตะปบเข้ามา นางก็ปัดป้องและสวนกลับได้ สิ่งลี้ลับจึงยังทำอันตรายนางไม่ได้ในตอนนี้
หลูจื่อหมิงเงยหน้ามองนกสิ่งลี้ลับบนฟ้า สีหน้าเคร่งขรึม
เขาถนัดการต่อสู้บนพื้นดิน แต่ไม่มีวิธีโจมตีทางอากาศที่ได้ผล เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูบนฟ้า เขาจึงทำอะไรไม่ได้เลย
ในทั้งทีม มีเพียงโม่เหยาที่โจมตีสิ่งลี้ลับบนฟ้าได้ ความรู้สึกไร้กำลังถาโถมเข้ามาในใจเขา
เสิ่นเหอมองนกสิ่งลี้ลับบนฟ้า สีหน้าแย่ลง ก่อนกระตุ้นพลังพิเศษ
ดาบยาวในมือองครักษ์ศิลาดินทั้ง 5 เล่มแปรเปลี่ยนเป็นลูกดอกหน้าไม้ ยิงใส่นกสิ่งลี้ลับกลางอากาศ หวังขับไล่พวกมัน แต่กลับได้ผลเพียงเล็กน้อย
ลูกดอกหน้าไม้เล็งให้โดนได้ยาก ต่อให้ยิงถูกก็ยังหัก ไม่อาจเจาะทะลวงการป้องกันได้ อีกอย่าง องครักษ์ศิลาดินเพิ่งถูกสร้างขึ้นมา พลังโจมตีจึงยังขาดอยู่มาก
ชายร่างอ้วนกับหลูจื่อหมิงสบตากัน ต่างก็จนปัญญา แววตาเต็มไปด้วยความอับจนหนทาง
หลูจื่อหมิงทุ่มแต้มไปกับการต่อสู้ระยะประชิดและพลังโจมตีเพื่อเอาชีวิตรอด ตอนนี้มีวชิระสายฟ้าคะนอง ทำให้ความเร็วของเขาไม่ด้อยเช่นกัน แต่การต่อสู้กลางอากาศยังคงเป็นจุดอ่อน
เขาเหลือบมองคางคกกลืนฟ้า ความสามารถในการควบคุมของมันรับมือสิ่งลี้ลับได้มากที่สุดแค่ระดับ 2
เสิ่นเหอหน้าขรึม ตะโกนเสียงดัง “หนีไม่ได้! หาทางจัดการพวกสิ่งลี้ลับให้ได้! พวกมันเร็วเกินไป เราหนีไม่พ้น ต้องตีพวกมันให้ถอยและหวาดกลัว หรือไม่ก็ฆ่าให้หมด!”
กลางอากาศ โม่เหยาควบคุมกระบี่สวนกลับ กระบี่เหินเล่มหนึ่งพุ่งวูบไปมา โจมตีนกสิ่งลี้ลับไม่หยุด
เมื่อปะทะกัน นกสิ่งลี้ลับระดับ 4 ก็สัมผัสได้ว่าโม่เหยาเป็นภัยคุกคามใหญ่ที่สุด
เสียงร้องแหลมบาดหูของนกดังก้องฟ้า นกสิ่งลี้ลับทั้ง 8 ตัวหันเป้าหมายพร้อมกัน แล้วรุมโจมตีโม่เหยา
