เห็นสิ่งลี้ลับบนพื้นไล่ตามเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ โม่เหยาจึงประคองตัวให้มั่น ก่อนเหยียบกระบี่เหินขึ้นฟ้า
นางทะยานสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงความสูงหลายสิบเมตร ภาพทั่วทั้งเมืองชิงมู่ปรากฏแก่สายตา
แมงมุมหน้าคนบนพื้นไม่มีความสามารถในการบิน ทำได้เพียงดิ้นพล่านและส่งเสียงคำรามอย่างเดือดดาล
ลมบนที่สูงแรงมาก การควบคุมกระบี่เหินต่อเนื่องกินแรงมหาศาล ใบหน้าของโม่เหยาซีดลงเรื่อย ๆ
ใกล้จะพ้นเขตเมือง กระบี่เหินก็เริ่มโคลงเคลง สีหน้าโม่เหยาดูย่ำแย่และซีดเผือด ระดับความสูงค่อย ๆ ลดลงภายใต้การควบคุมของนาง
ขณะที่อยู่ห่างจากพื้นเพียงหกถึงเจ็ดเมตร นางก็หมดสติ กระบี่เหินพลันเสียการควบคุม
ทั้งสองร่วงลงมาจากฟ้าพร้อมกัน หลูจื่อหมิงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย โอบกอดโม่เหยาไว้แน่น แล้วฝืนเอาตัวเองรองอยู่ข้างล่าง
สำหรับร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นในตอนนี้ ความสูงหกถึงเจ็ดเมตรยังไม่ถึงกับทำให้เขาถึงตาย
เขาปกป้องศีรษะของโม่เหยาไว้แน่น ก่อนแผ่นหลังจะกระแทกพื้นอย่างแรง
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง โม่เหยาในอ้อมแขนหมดสติสนิทแล้ว มีเพียงหน้าอกที่กระเพื่อมแผ่วเบาเป็นหลักฐานว่านางยังมีลมหายใจ
ความแสบร้อนในท้องของหลูจื่อหมิงรุนแรงกว่าที่เคย ร่างกายอ่อนแรงจนแทบหมดเรี่ยวแรง แม้แต่แรงยกมือก็ใกล้จะไม่เหลือ
เขากัดฟันฝืนประคองสติที่เหลืออยู่ ค่อย ๆ วางโม่เหยาลงบนพื้น จากนั้นปล่อยคางคกกลืนฟ้าออกมา แล้วหยิบอาหารจำนวนมากออกมากินอย่างรวดเร็วเพื่อเติมเรี่ยวแรง
เขาไม่ได้กินจนเกินพอดี แค่กินขนมปังกับบิสกิตไปเล็กน้อย ที่นี่ไม่ปลอดภัย ฟื้นแรงได้สักหน่อยก็ต้องรีบไป ของส่วนใหญ่เป็นเสบียงที่เขากวาดมาจากคลังสินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนหน้านี้
มองโม่เหยาที่เต็มไปด้วยบาดแผลและยังไม่ฟื้น หลูจื่อหมิงรู้สึกสับสนปนเปกันไปหมด
ครั้งนี้เขาฝืนใช้พลังจนหมดเพื่อเก็บแต้มบุณย์ ไม่เพียงทำตัวเองเดือดร้อน ยังลากโม่เหยาให้พลอยลำบากไปด้วย
แต่ก็ต้องยอมรับว่า หากไม่ได้โม่เหยาที่เสี่ยงชีวิตควบคุมกระบี่เหินพาเขาฝ่าวงล้อม วันนี้เขาคงหนีไม่พ้นเคราะห์ร้ายแน่
