เสี่ยวอู่ได้รับคำสั่งจากผมแล้ว เขาหันหลังกลับทันที อุ้มกีตาร์ด้วยท่าทางเก้กังอย่างยิ่งเดินไปหลังเวที แต่ความกังวลในใจผมกลับไม่ได้ลดลงเลยสักนิด เพราะผมไม่แน่ใจว่าหมีไช่และเจี่ยนเวยจะเห็นเส้นสีเงินสองเส้นนั่นหรือเปล่า
ผมแสร้งทำสงบแล้วกลับไปอยู่ข้างเจี่ยนเวย เธอดูสงบยิ่งกว่าผมเสียอีก นิ้วมือขาวเรียวเคาะเบา ๆ บนโต๊ะ สายตาจดจ่ออยู่ที่บทดำเนินรายการ ดูแล้วคงไม่คิดจะพูดอะไรกับผมอีก
นานทีเดียว ในที่สุดผมก็ถามเธอว่า “ดูบทเป็นยังไงบ้างแล้ว”
เจี่ยนเวยยิ้มแล้วตอบว่า “ใกล้จะพร้อมแล้ว งานจะเริ่มเมื่อไหร่เหรอ”
รอยยิ้มของเธอทำให้ผมโล่งใจในที่สุด ผมยิ้มตอบเช่นกัน “เริ่มเจ็ดโมงตรง”
เจี่ยนเวยเหลือบมองเวลา แล้วพูดว่า “อีกยี่สิบนาที ขอฉันทวนบทอีกรอบ นายไปยุ่งกับงานของนายเถอะ”
ผมผงกหัวแล้วเดินจากมา ตรงไปหาหมีไช่ ความกังวลที่เพิ่งสงบไปก็เริ่มปั่นป่วนขึ้นมาอีก แต่ผมก็ยังทำหน้าสงบถามว่า “สองเพลงที่เธอเตรียมไว้เป็นไงบ้าง”
“ไม่มีปัญหาแล้ว”
มองท่าทีเรียบเฉยเป็นปกติของเธอ ผมก็โล่งอกอีกครั้ง ยิ้มแล้วจึงพูดว่า “งั้นก็ดี งั้นก็ดี…”
“ทำไมพูดว่าดีซ้ำสองรอบ กลัวฉันจะซ้อมแล้วพลาดเหรอ”
ผมรู้สึกขอบคุณหมีไช่จริง ๆ ที่เธอเปิดทางให้ผมกลบเกลื่อนความลนลานด้วยข้ออ้างดี ๆ แบบนี้ ผมรีบผงกหัวตอบ “ใช่ กลัวเธอจะพลาดน่ะ ก็เธอไม่เคยเล่นสองเพลงนี้มาก่อนนี่”
“สบายใจได้ ไม่พลาดหรอก”
