การกระทำของหนิงเฉินนั้นแท้จริงแล้วไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผน
แม่ทัพที่ออกรบอยู่ภายนอก ครอบครัวจำต้องพำนักอยู่ในเมืองหลวง...กล่าวให้ชัดก็คือเป็นตัวประกันนั่นเอง
แต่อ๋องอู้กับอัครชายาของอ๋องอู้รักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งนัก หนิงเฉินจึงตัดสินใจว่า หลังจากอัครชายาให้กำเนิดบุตรแล้ว จะส่งคนไปรับนางมาพบกับอ๋องอู้
ส่วนเรื่องตัวประกันนั้น หนิงเฉินไม่ได้คิดถึงเลย
ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมานานเพียงนี้ เขาเชื่อมั่นในคุณธรรมของอ๋องอู้
นี่เป็นความมั่นใจในฝีมือของตนเองเช่นกัน...วิหคที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ มิใช่เพราะเชื่อใจกิ่งไม้ หากแต่เชื่อในปีกของตนเอง
หนิงเฉินยิ้มกล่าวว่า “วางใจเถิด เรื่องนี้ข้าจะกราบทูลขอพระบรมราชานุญาตจากฝ่าบาท คงไม่มีปัญหา!”
อ๋องอู้ซาบซึ้งใจกล่าวว่า “ขอบคุณมาก!”
หนิงเฉินยิ้ม “เกรงใจกันไปไย? เจ้าและข้าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน”
อ๋องอู้อึ้งไป ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “จริง พวกเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน...เจ้าคิดจะออกเดินทางเมื่อใด?”
หนิงเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “คงภายในไม่กี่วันนี้ ข้าจะนำคนส่วนหนึ่งไปยังแคว้นอู่...หยวนหลงจะนำทัพหนิงอานกลับเมืองหลวง ระดมกำลังทหาร เตรียมการเพื่อทวงคืนชายแดนตะวันออก
กำลังพลที่พามาครั้งนี้ นอกจากทัพหนิงอานแล้ว ที่เหลือข้าจะยกให้เจ้าทั้งหมด
อ๋องอู้ สถานการณ์ที่ชายแดนตะวันตกเพิ่งดีขึ้น เจ้าต้องใส่ใจให้มาก คอยจับตาขุนนางที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งให้ดี ชายแดนตะวันตกกับราษฎรล้วนทนต่อความวุ่นวายอีกไม่ไหวแล้ว”
อ๋องอู้พยักหน้า “วางใจเถิด ข้าเข้าใจแล้ว!”
.......
หลายวันต่อมา หนิงเฉินพาพันอวี่เฉิงและคนอื่น ๆ ไปด้วย ส่วนอู๋เถียจู่ก็นำทหารทัพหนิงอานสองร้อยนายร่วมขบวน มุ่งหน้าไปยังแคว้นอู่โดยตรง
