หนิงเฉินแต่งเรื่องว่ามี “สหาย” ขึ้นมาก็เพราะไม่มีทางเลือก ทุกครั้งที่เข้าใกล้ตูปู้ เขาจะรู้สึกเจ็บปวดราวกับใจถูกกรีด จึงไม่อาจให้ผู้อื่นรู้เรื่องนี้ได้
เขากังวลว่าหากมีคนรู้เข้า อาจฉวยจุดนี้มาใช้ประโยชน์
ผู้อาวุโสใหญ่ครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนถามว่า “เพียงเข้าใกล้เสือร้ายเท่านั้นหรือ จึงจะรู้สึกเจ็บปวดราวกับใจถูกกรีด”
หนิงเฉินพยักหน้าเบา ๆ “หมอเคยตรวจแล้ว บอกว่าเขามีพลังเลือดลมเปี่ยมล้น ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์... แต่พอเข้าใกล้เสือร้ายก็จะเจ็บปวดราวกับใจถูกกรีด”
ผู้อาวุโสใหญ่ลูบเครา เอ่ยว่า “ตามที่ท่านอ๋องกล่าวมา สหายของท่านผู้นี้มิได้เจ็บป่วย หากแต่ถูกใช้กู่สาป”
ดวงตาหนิงเฉินหดวูบ “กู่?”
พันอวี่เฉิงกับเฟิ่งฉีเจิ้งต่างสะดุ้งอยู่ในใจ
ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้า “แมลงกู่ส่วนใหญ่เป็นสิ่งอัปมงคลที่มีพิษเย็น... ส่วนเสือร้ายนั้นเป็นสิ่งที่มีพลังหยางแข็งแกร่งถึงขีดสุด ย่อมข่มสิ่งอัปมงคลที่มีพิษเย็นเหล่านี้ได้แต่กำเนิด”
“ตามที่ท่านอ๋องกล่าวมา ปฏิกิริยาของสหายท่าน น่าจะเป็นเพราะถูกใช้กู่สาป”
หนิงเฉินหรี่ตาลง ที่แท้ตนเองถูกใช้กู่สาป
ทั้งวางยา ทั้งใช้กู่สาปใส่เขา อีกฝ่ายคิดจะทำอะไรกันแน่
หากคิดจะเอาชีวิตเขา ตอนนั้นก็ลงมือได้เลย ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากถึงขั้นใช้กู่สาป
จุดประสงค์ของอีกฝ่ายแท้จริงคืออะไร
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีจุดประสงค์ใด เรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้คือแก้กู่
หนิงเฉินหันไปมองผู้อาวุโสใหญ่ เอ่ยว่า “ผู้อาวุโสใหญ่มีวิธีแก้กู่หรือไม่”
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวว่า “ข้าน้อยต้องพบสหายของท่านอ๋องก่อน จึงจะยืนยันได้”
หนิงเฉินส่งเสียงรับเบา ๆ ก่อนกล่าวว่า “เช่นนั้นยามบ่ายขอรบกวนผู้อาวุโสใหญ่กลับสำนักเจ้าเมืองไปกับเปิ่นหวังสักเที่ยว”
