ประมุขเผ่าสูงวัยและคนอื่น ๆ หน้าซีดเผือด
“อ๋อง เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของท่าน ไม่มีหลักฐานยืนยันแม้แต่น้อย... หากใช้เรื่องนี้ล้างเผ่าตระกูลอวี้หลิว มิกลัวถูกผู้คนครหาหรือ?”
หนิงเฉินหัวเราะหึ ๆ “ประมุขเผ่าสูงวัย เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเปิ่นหวังเป็นใคร?
กล่าวตามตรง เปิ่นหวังนับว่ามีเหตุผลมากแล้ว อย่างน้อยก็ยังบอกให้พวกเจ้ารู้ว่าทำไมถึงต้องตาย
หากเป็นจักรพรรดินี เจ้าคิดว่านางจะเสียเวลาอธิบายให้พวกเจ้าฟังหรือ? นางคงเพียงออกคำสั่งคำเดียว ส่งทัพใหญ่ไปกวาดล้างตระกูลอวี้หลิวให้ราบเป็นหน้ากลอง
พวกเจ้าคงรู้ดี หากตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เปิ่นหวังอาจจำไม่ได้แล้ว... เพราะฉะนั้น ในเมื่อเปิ่นหวังยังมีสติอยู่ตอนนี้ ก็จงกำจัดภัยอันตรายทั้งหมดเสียตั้งแต่ต้น
ทัพหนิงอานฟังบัญชา! สังหารคนตระกูลอวี้หลิวให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือแม้แต่ไก่หรือสุนัข!”
อู๋เถียจู่ตะโกนเสียงดัง “กระหม่อมรับบัญชา!”
ประมุขเผ่าสูงวัยและคนอื่น ๆ หน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก
ไม่มีผู้ใดกล้าสงสัยคำพูดของหนิงเฉิน เทพสงครามแห่งต้าเสวียน แม่ทัพผู้รบชนะทุกสงครามในสนามรบ คำพูดของเขาคือบัญชาทัพ และบัญชาทัพหนักแน่นดุจขุนเขา
ประมุขเผ่าสูงวัยกล่าวอย่างตื่นตระหนก “อ๋องโปรดระงับโทสะ พวกเรามีวิธีรักษาท่านจริง แต่หาใช่กบฏคิดการใหญ่ไม่พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเยี้ยนซีสีหน้าเย็นเยียบ เอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว “หนิงหลงคาดเดาถูกจริง ๆ พวกเจ้ามีวิธีรักษาเขาได้ แต่กลับไม่ยอมลงมือ... คิดจะทำอะไรกันแน่?”
ประมุขเผ่าสูงวัยถอนหายใจ มองหนิงเฉินแล้ววิงวอน “ขออ๋องโปรดให้โอกาสข้าน้อยได้อธิบายสักครั้งเถิด”
