คังหลัวมองคังเสี้ยวที่สีหน้าหม่นคล้ำ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกมา “พี่ชาย มีปฏิกิริยาบ้างหรือไม่”
สีหน้าของคังเสี้ยวยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
เพราะเขา...ไม่อาจแข็งตัวได้!
เรื่องนี้มิใช่เป็นมาแต่กำเนิด หากเป็นเพราะหนิงเฉิน
ตอนหนิงเฉินจับตัวเขา ได้ยิงปืนไฟหลายนัดติดกัน หนึ่งในนั้นยิงถูกโคนขาของเขา
หากได้รับการรักษาทันท่วงที บางทีอาจยังมีโอกาสฟื้นตัว
แต่ตอนนั้นหนิงเฉินเพียงให้หมอทหารพันแผลลวก ๆ ภายหลังยังถูกลูกน้องของหนิงเฉินทรมานอีก จนเขาสูญสิ้นความเป็นชาย
เขามองนางระบำที่ร่ายรำอย่างเย้ายวน ท่วงท่าอ่อนช้อย แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย
จางเทียนหลุนยกจอกสุราขึ้น ยิ้มพลางมองคังเสี้ยวแล้วกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับท่านคังกลับมาอย่างปลอดภัย พี่น้องได้พบกันอีกครั้ง มา เราขอดื่มให้พวกเจ้าทั้งสองจอกหนึ่ง”
คังหลัวกับคังเสี้ยวยกจอกสุราขึ้น ทั้งสามยกจอกชนกันกลางอากาศ แล้วดื่มจนหมดในคราวเดียว!
จางเทียนหลุนชี้ไปยังเหล่านางระบำ พลางกล่าวต่อว่า “ท่านคัง หากมีคนที่ถูกใจ ตอนกลับไปก็พานางไปด้วยได้”
สีหน้าของคังเสี้ยวมืดครึ้มลงทันที ราวกับน้ำจะหยดออกมาได้
พากลับไปทำอันใดเล่า ได้แต่มองให้เพลินตา แต่ไม่มีประโยชน์อันใด!
เขารู้สึกว่าจางเทียนหลุนกำลังดูหมิ่นเขา
คังหลัวเห็นเช่นนั้นก็กลัวคังเสี้ยวจะพูดอะไรไม่เหมาะสมออกมา อย่างไรเสียตอนนี้ทุกคนก็เป็นพันธมิตรกัน
เขาจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
จางเทียนหลุนโบกมือ “นับแต่ผนึกกำลังกัน พวกเราก็เป็นคนกันเองแล้ว ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ!”
ในเวลานี้เอง ชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดขาว รูปงามสง่าก็ก้าวเข้ามา
