ครึ่งเดือนต่อมา หนิงเฉินก็ปรากฏตัวขึ้น ณ เมืองหลวงแห่งแคว้นอู่
เนื่องจากแคว้นอู่กับต้าเสวียนทำการค้ากัน จึงสร้างถนนหลวงและสถานีโรงเตี๊ยมไว้ การเดินทางจึงรวดเร็วกว่าก่อนมาก
ผู้รับหน้าที่ต้อนรับหนิงเฉินคือฟู่หลู เสนาบดีกรมพิธีการแห่งแคว้นอู่
นับตั้งแต่วินาทีที่หนิงเฉินก้าวเข้าสู่เขตแดนแคว้นอู่ ข่าวก็ถูกส่งไปถึงเมืองหลวงแล้ว
หนิงเฉินเป็นถึงอ๋องผู้สำเร็จราชการแห่งต้าเสวียน ผู้คนที่จับตาดูเขาจึงมีมากมายนัก
ฟู่หลูจัดให้หนิงเฉินและคณะพักที่สำนักจุนอู่
ถึงอย่างไรครั้งนี้หนิงเฉินก็มาในฐานะทูต
ที่จริงแล้วทุกคนล้วนไม่ใช่คนโง่ ต่างรู้ดีว่าหนิงเฉินมาเยี่ยมภรรยากับลูก
เมื่อก่อนชาวแคว้นอู่ไม่พอใจหนิงเฉินอยู่ไม่น้อย
ถึงขั้นที่ว่าหากเปิดเผยตัวตนกลางถนน ก็มีสิทธิ์ถูกขว้างไข่เน่าใส่ได้
เพราะอย่างไรหนิงเฉินก็เป็นชาวต้าเสวียน ทั้งยังร่วมหลับนอนกับจักรพรรดินีของพวกนาง นี่แทบจะเป็นความอัปยศของชาติ
แต่บัดนี้เพราะหนิงเฉิน ทำให้ต้าเสวียนกับแคว้นอู่ค้าขายกัน ความสัมพันธ์กำลังอยู่ในช่วงหวานชื่น ชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ชาวแคว้นอู่จึงเห็นว่าลูกเขยอย่างหนิงเฉินผู้นี้ ที่จริงก็ไม่เลว
“ท่านฟู่ เมื่อใดข้าจึงจะได้พบจักรพรรดินี?”
ฟู่หลูยิ้มแล้วกระซิบบอกหนิงเฉินสองสามคำ
หนิงเฉินยัดตั๋วเงินใบหนึ่งให้ “ขอบคุณท่านฟู่!”
ฟู่หลูทำทีเกรงใจอยู่สองสามหน ก่อนจะเก็บเงินใส่แขนเสื้อ
นี่มิใช่การทรยศจักรพรรดินีของฟู่หลู เป็นเพียงการไปมาหาสู่ตามธรรมดา
หลังฟู่หลูจากไป หนิงเฉินก็เปลี่ยนเป็นชุดลำลองทันที พาเซียวเยี้ยนซี พันอวี่เฉิง และเฟิ่งฉีเจิ้งมุ่งหน้าไปยังตำหนักชิง
