หนิงเฉินมิใช่ไม่เคยคิดจะติดต่อกับอ๋องอู้
หากเขาเข้าใจดีว่าฮ่องเต้เต๋อจะไม่ไว้ใจอ๋องอู้เป็นแน่ การยกทัพให้อ๋องอู้นำนั้นก็มิได้ตั้งใจอื่น นอกจากเพื่อค้ำคอเขาเพียงเท่านั้น
ฉะนั้นบนหน้าปกติผู้นำทัพคืออ๋องอู้ แต่แท้จริงแล้วผู้มีอำนาจข้างเบื้องหลังคือผู้อื่น
หากเขาประมาทติดต่ออ๋องอู้ขึ้นมาเอง มิแน่อาจจะกลายเป็นหายนะยิ่งขึ้นสำหรับอ๋องอู้แทน
เขาได้แต่รอว่าอ๋องอู้จะติดต่อเขาเอง ทว่าผ่านมาช้านานก็ไม่แม้แต่ข่าวกระแสเดียว
ถ้าวันใดถึงคราวต้องปะทะกันด้วยอาวุธจริง ๆ เขาก็จะไม่ลืมมือ
เขาไม่อยากทำร้ายอ๋องอู้ ยิ่งไม่อยากให้ฮ่องเต้เสวียนต้องเศร้าโศก...แต่เขาก็ทำให้แม่ทัพนายกองกว่าสิบหมื่นนายที่ยึดเหี่ยวตามเขาผิดหวังมิได้
"แก่เฟิง เราจะเขียนสาส์นฉบับหนึ่ง เจ้าให้ผู้ส่งสาส์นส่งต่อให้คังหลัว"
หนิงเฉินเอ่ยแล้วก้าวไปยังโต๊ะเขียนหวัด หยิบพู่กันขึ้นเขียนสาส์นฉบับหนึ่ง แล้วส่งให้เฟิ่งฉีเจิ้งไป
เฟิ่งฉีเจิ้งถือสาส์นออกจากไป
เฟิ่งฉีเจิ้งเพิ่งจากไปได้ไม่นาน เซียวเยี้ยนซีก็ก้าวเข้ามา
คราวนี้ที่มายังแคว้นหม่าง เขาได้พาเซียวเยี้ยนซีติดตัวมาด้วย เพราะจำเป็นต้องอาศัยนางช่วยรวบรวมข่าวสารแห่งลิงโจว
แต่เซียวเยี้ยนซีกลับแอบหลบเลี่ยงหนิงเฉินมาโดยตลอด เพราะทุกครั้งที่หนิงเฉินพบนาง ย่อมมักหลอกล่อให้นางเปลี่ยนกลับไปนุ่งห่มชุดหญิง
"ซีเสวี่ยน้อย เจ้าเดินมาหาเจิ้น ไม่ทราบว่าลิงโจวมีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือ?"
มุมปากของเซียวเยี้ยนซีกระตุกเล็กน้อย แล้วพยักหน้าเบา ๆ "สถานการณ์ที่ลิงโจวสำรวจได้หมดแล้ว ลิงโจวบัดนี้มีทหารรักษาดินแดนรวมหนึ่งหมื่น ในจำนวนนั้นมีทัพหนึ่งหมื่นติดอาวุธเป็นปืนไฟและปืนใหญ่
ผู้นำทัพบนหน้าปกติคืออ๋องอู้ แต่ผู้กุมอำนาจของกองทัพแท้จริงกลับเป็นผู้ตรวจการทัพนามว่า ซวนรุ่ยหมิง...ซวนรุ่ยหมิงผู้นี้ เป็นศิษย์ในสังกัดของมหาเสนาบดีฝ่ายขวาจงซือปั่ย
