ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป ซ่งเสี่ยวซวงก็ถูกพาตัวมาเบื้องหน้าหนิงเฉิน
ร่างของซ่งเสี่ยวซวงเต็มไปด้วยบาดแผล ดูท่าแล้วคงผ่านวิชาทรมานมา
พันอวี่เฉิงมาจากกองตรวจการ วิธีสอบสวนของเขายังเหนือกว่าหนิงเฉินเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น นางยังใช้กู่สาปหนิงเฉิน พันอวี่เฉิงย่อมไม่มีทางเมตตาต่อดอกไม้งาม
“ซ่งเสี่ยวซวง... อ้อ ไม่ถูกสิ ควรเรียกว่าซ่งรูอี้”
ซ่งเสี่ยวซวงเงยหน้าขึ้นฉับพลัน มองหนิงเฉินด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
หนิงเฉินหัวเราะเย็นชา “แปลกใจหรือไม่ว่าเปิ่นหวังรู้ได้อย่างไร บอกเจ้าไปก็ไม่เป็นไร เพราะเปิ่นหวังจับคนที่ชื่อมู่หยวนซินได้แล้ว”
สีหน้าซ่งรูอี้พลันเปลี่ยนไป
หนิงเฉินถามเสียงเรียบ “ซ่งรูอี้ เจ้าเกือบได้เป็นพี่สะใภ้ข้าแล้วแท้ ๆ... ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริง ๆ เจ้าทำให้ข้าพลาดท่าได้ถึงเพียงนี้
แต่ถึงขั้นนี้แล้ว ยังปิดบังไปก็ไร้ความหมาย จงบอกสิ่งที่เจ้ารู้มาเถิด
เจ้าน่าจะเคยสืบเรื่องเปิ่นหวังมาบ้าง รู้ว่าเปิ่นหวังไม่ใช่คนใจอ่อน หากเจ้าไม่ยอมร่วมมือก็ไม่เป็นไร... เปิ่นหวังจะออกคำสั่งให้สับมู่หยวนซินเป็นพันชิ้นเดี๋ยวนี้”
ซ่งรูอี้จ้องหนิงเฉิน พลางหัวเราะเย็นชา สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
หนิงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้ากำลังยั่วโมโหเปิ่นหวังหรือ”
ซ่งรูอี้หัวเราะเย็นชา “แล้วอย่างไรเล่า”
“เจ้าไม่กลัวจริงหรือว่าเปิ่นหวังจะออกคำสั่งให้สับมู่หยวนซินเป็นพันชิ้น”
ซ่งรูอี้หัวเราะเสียงประหลาด “หนิงเฉิน หากเจ้าสับมู่หยวนซินเป็นพันชิ้นได้จริง ข้าจะขอบคุณเจ้า!”
แววตาหนิงเฉินหดวูบ “เขาเป็นบิดาของเจ้า”
