เฟิ่งฉีเจิ้งรับคำสั่งแล้วรีบรุดออกไปทันที
กระทั่งถึงยามค่ำจึงกลับมา ท่าทางห่อเหี่ยวหมดอาลัยตายอยาก
หนิงเฉินรู้สึกถึงลางร้ายในใจ จึงถามว่า “ยวนเจินเจินผู้นั้นมีปัญหาใช่หรือไม่”
เฟิ่งฉีเจิ้งพยักหน้า “ข้าน้อยสืบสวนใหม่อีกรอบ ครอบครัวนั้นอยู่ที่นั่นมานานแล้ว เพื่อนบ้านเคยเห็นชายหนุ่มรูปงามโดดเด่นคนหนึ่งมาหายวนเจินเจิน...ถุย! นางไม่ได้ชื่อยวนเจินเจิน นางต่างหากที่เป็นหลี่ชิว ชิวแห่งฤดูใบไม้ร่วง พวกเราถูกนางหลอกกันหมดแล้ว”
หนิงเฉินหรี่ตาลง “เจ้าบอกว่านางต่างหากที่เป็นหลี่ชิวหรือ”
เฟิ่งฉีเจิ้งพยักหน้า แล้วกล่าวต่อว่า “ลองทายดูสิว่าชายหนุ่มรูปงามโดดเด่นคนนั้นเป็นใคร”
หนิงเฉินครุ่นคิดเล็กน้อย “คังเสี้ยว”
เฟิ่งฉีเจิ้งเบิกตากว้าง “ท่านรู้ได้อย่างไร”
หนิงเฉิน “...”
เรื่องนี้เดายากนักหรือ?
ชื่อหลี่ชิวเป็นคังเสี้ยวบอกเขาเอง เพียงแต่เจ้าหมอนั่นจงใจพูดผิดไปหนึ่งตัวอักษร ประกอบกับภาพวาดเหมือน ทำให้เขาเข้าใจมาตลอดว่าหลี่ชิวเป็นบุรุษ
ชายในภาพวาดเหมือนย่อมเป็นคนสนิทของคังเสี้ยว มิฉะนั้นคงไม่คิดแก้แค้นให้คังเสี้ยว ถึงขั้นยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องหลี่ชิว
หากเป็นเช่นนี้ สมุดทะเบียนสหพันธ์หมู่ประเทศฉบับจริงมีโอกาสสูงที่จะอยู่ในมือหลี่ชิว ส่วนที่เขาได้มาอาจเป็นของปลอม
หนิงเฉินอยากสบถ คนเราจะซื่อตรงสักหน่อยไม่ได้หรือไร? ไอ้พวกสารเลวพวกนี้ แต่ละคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย คิดคำนวณกันทุกฝีก้าว...ข้าขอถามหน่อยเถิดว่าใต้หล้านี้ยังมีคนดีอยู่หรือไม่?
“หลี่ชิวอยู่ที่ใด?”
เฟิ่งฉีเจิ้งหดคอ พูดเสียงเบาว่า “หนีไปแล้ว...หยวนหลงเผลอเพียงครู่เดียว นางก็หายตัวไปเสียแล้ว!”
