หนิงเฉินถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ส่งให้เซียวเยี้ยนซีเก็บไว้ก่อน ยามนี้ยังเร็วเกินไปสักหน่อยที่จะสวมสิ่งนี้
“เสี่ยวซีซี พอเรื่องฝึกกองทัพเรือเรียบร้อย ข้าคิดจะไปแคว้นอู่สักเที่ยว
พักอยู่แคว้นอู่สักระยะ แล้วไปอยู่ปราการเสวียนอู่อีกช่วงหนึ่ง จากนั้นค่อยกลับเมืองหลวงต้าเสวียน... ถึงตอนนั้นก็คงใกล้ปีใหม่แล้ว”
เซียวเยี้ยนซีเอ่ยเพียงประโยคเดียว “เจ้าไปที่ใด ข้าก็ไปที่นั่น!”
ในช่วงหลายวันถัดมา หนิงเฉินคัดเลือกทหารห้าหมื่นนายมอบให้ฉีหยวนจง
ในจำนวนนี้มีทหารจากกองทัพชายแดนตะวันออกสามหมื่นนาย เพราะพวกเขาอยู่ติดทะเล จึงพอมีความชำนาญทางน้ำอยู่บ้าง ฝึกฝนแล้วได้ผลเป็นสองเท่าโดยใช้แรงเพียงครึ่งเดียว
แต่ถึงอย่างไรกองทัพชายแดนตะวันออกเพิ่งยอมจำนน หนิงเฉินจึงยังไม่วางใจพวกเขานัก จึงเลือกคนของตนที่พามาอีกสองหมื่นนาย รวมกับทัพหนิงอานและกองทัพดาบม่อ เชื่อว่าพวกเขาคงไม่กล้าก่อเรื่อง
งานปกครองชายแดนตะวันออกให้เสิ่นหมิ่นรับผิดชอบทั้งหมด
อากาศหนาวขึ้นทุกที
หนิงเฉินตัดสินใจออกเดินทาง รอให้ฤดูใบไม้ผลิปีหน้ามาถึงแล้วค่อยกลับมา
กำหนดออกเดินทางในอีกสามวัน
การเดินทางไกลในยุคนี้มิได้ง่ายเหมือนยุคปัจจุบัน อยากไปก็ไปได้ เพียงพกเงินติดตัวไปก็พอ
การเดินทางไกลในยุคนี้ยุ่งยากยิ่งนัก ต่อให้มีเงินก็ไร้ประโยชน์ ส่วนใหญ่ต้องผ่านป่ารกไร้ผู้คน จะไปหาซื้อข้าวของจากที่ใดได้? ดังนั้นจึงต้องเตรียมสิ่งของไว้มากมาย
คืนก่อนออกเดินทาง หนิงเฉินจัดงานเลี้ยงหยวนหลงกับพวกพ้อง
คราวนี้หยวนหลง เหลยอาน และเยว่ฉงหยุนจะอยู่ชายแดนตะวันออกเพื่อฝึกกองทัพเรือ
หนิงเฉินพาไปเพียงเฝิงฉีเจิ้ง พานอวี้เฉิง เซียวเยี้ยนซี... และทหารสามัญอีกกว่าสองร้อยนาย
