เฟิ่งฉีเจิ้งยัดตั๋วเงินใส่มือประมุขเผ่าสูงวัย “หากท่านให้อภัยข้าจริง ๆ ก็รับตั๋วเงินนี้ไว้เถิด”
ประมุขเผ่าสูงวัยส่ายหน้า “ตระกูลอวี้หลิวนอกจากเลี้ยงกู่แล้ว ยังปลูกชา ส่งให้ราชสำนักโดยเฉพาะ ทุกปีฝ่าบาทก็พระราชทานรางวัลให้ไม่น้อย เงินนี้เจ้าเก็บกลับไปเถิด”
หนิงเฉินมองประมุขเผ่าสูงวัยกับเฟิ่งฉีเจิ้งผลัดกันยื้อไปมา มุมปากพลันยกขึ้นเล็กน้อย
มีชีวิตอยู่ ช่างดีจริง ๆ!
เขาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ๆ หรี่ตาลงเล็กน้อย คราวนี้ถูกคังเสี้ยวเล่นงานเสียจนแทบแย่
คังเสี้ยว คังหลัว สองพี่น้องคู่นี้ไม่มีใครรับมือได้ง่ายเลย...ต้องหาโอกาสเอาคืนให้ได้
อยู่ในแคว้นอู่มานานพอสมควรแล้ว ถึงเวลาควรกลับต้าเสวียนเสียที
หนิงเฉินครุ่นคิดว่า พอกลับไปแล้วจะจัดการจางเทียนหลุนเป็นคนแรก รักษาผืนแผ่นดินต้าเสวียนให้ครบถ้วน จากนั้นค่อยจัดการหนานเยว่กับซีเหลียง
บ่ายวันนั้น หนิงเฉินกล่าวลาและออกจากตระกูลอวี้หลิว
“ย่า! ย่า! ย่า!”
ระหว่างทางกลับ หนิงเฉินสวมอาภรณ์หรูหรา ควบม้าควบทะยานอย่างรวดเร็ว
บัดนี้ฤดูใบไม้ผลิมาถึง ดอกไม้ผลิบาน เหมาะแก่การออกท่องเที่ยวชมธรรมชาติเป็นที่สุด
ขามา หนิงเฉินเอาแต่นอนหลับตลอดทาง
ช่วงที่ผ่านมาเพราะถูกกู่เล่นงาน ไม่เอาแต่นอนหลับ ก็มีสภาพอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงยามตื่น
บัดนี้ร่างกายหายดีแล้ว หนิงเฉินจึงอดปลดปล่อยความคึกคะนองไม่ได้
สองวันต่อมา หนิงเฉินพาคนกลับถึงเมืองหลวงแคว้นอู่
ทัพหนิงอานยังคงอยู่ที่สำนักจุนอู่ดังเดิม
หนิงเฉินพาเฟิ่งฉีเจิ้งและคนอื่น ๆ มายังตำหนักชิง
ชิงหวังสวมกระโปรงผ้าแพรสีน้ำเงินหรูหรา แขนเสื้อยาวพลิ้วไหว เผยเนินอกขาวผ่องครึ่งหนึ่ง ยังคงเย้ายวนเช่นเคย
