หนิงเฉินกลับถึงเมืองหลวงได้เกือบสิบวันแล้ว
แผนเดิมที่จะยกทัพไปโจมตีเซียงโจวในอีกสิบวัน จึงต้องระงับไว้ชั่วคราว
เพราะตอนนี้หนิงเฉินเพียงคาดเดาว่าคังหลัวนำทัพมาถึงชายแดนตะวันออก จึงเตรียมรอให้อีกฝ่ายติดกับดักด้วยตนเอง
เขาต้องรอให้เซียวเยี้ยนซีสืบข่าว เพื่อยืนยันข้อคาดเดาของตน
วันนั้น หนิงเฉินเพิ่งกลับมาจากข้างนอก เขาไปเซ่นไหว้ลุงไฉมา
หนิงเฉินเพิ่งกลับถึงจวน เซียวเยี้ยนซีได้ยินข่าวก็รีบร้อนมาหาทันที
“หนิงหลง ไปคุยกันในห้องหนังสือ”
ดวงตาหนิงเฉินเป็นประกาย ดูท่าจะมีข่าวแล้ว
ทั้งสองมาถึงห้องหนังสือ หนิงเฉินสั่งทัพหนิงอานที่เฝ้าอยู่ด้านนอกว่า “ตั้งแต่บัดนี้ หากไม่มีคำสั่งจากเปิ่นหวัง ห้ามผู้ใดมารบกวนเด็ดขาด”
“รับบัญชา!”
ทั้งสองเข้าไปในห้องหนังสือแล้วปิดประตู
เซียวเยี้ยนซีลดเสียงลงกล่าวว่า “หนิงหลง สืบได้กระจ่างแล้ว เป็นอย่างที่ท่านคาดไว้จริง ๆ คังหลัวกำลังแสดงละคร สร้างภาพลวงตาว่าตนแบ่งกำลังไปสองทางไม่ไหว
“ความจริงเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เขาก็มาถึงชายแดนตะวันออกแล้ว ทั้งยังนำทัพแสนนายมาด้วย
“ครั้งนี้คังหลัวลงมืออย่างลับลวง เขาแบ่งทัพแสนนายออกเป็นสามกอง ลอบมุ่งหน้าไปยังชายแดนตะวันออก และทุกคนต่างเปลี่ยนมาสวมเครื่องแบบของทัพตงจิ้ง
“ส่วนคังหลัวที่อยู่ในหนานเยว่เป็นตัวปลอมทั้งสิ้น...เรื่องพี่น้องทะเลาะเบาะแว้งกันก็เป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น”
หนิงเฉินหรี่ตาลง “ไอ้สารเลวนี่ เจ้าเล่ห์จริง ๆ”
เซียวเยี้ยนซีกล่าวว่า “โชคดีที่หนิงหลงเฉียบไว สังเกตเห็นความผิดปกติ...ไม่เช่นนั้น หากท่านนำทัพแสนนายไปชายแดนตะวันออก เกรงว่าจะเสียเปรียบอย่างหนัก
“คังหลัวผู้นี้เจ้าเล่ห์จริง ๆ แต่ครั้งนี้เขาร่วมมือกับจางเทียนหลุน โดยมีเงื่อนไขข้อหนึ่งคือช่วยคังเสี้ยวออกมา ดูท่าพี่น้องคู่นี้จะรักใคร่กันมาก”
