เฟิ่งฉีเจิ้งถามด้วยความสงสัยว่า "ทำไมพวกเราจึงไม่เคยได้ยินเรื่องกองทัพเงาจันทร์เลย"
พันอวี่เฉิงกล่าวว่า "เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอด ด้วยฐานะของพวกเจ้ายังไม่ถึงขั้นที่จะค้นเอกสารเหล่านี้ได้"
เฟิ่งฉีเจิ้งไม่ยอม "ข้าก็เป็นเครื่องแบบทองแล้วนี่"
หนิงเฉินเอาไม่เป็น "แก่เฟิง เจ้าอย่าขัดจังหวะสิ เจ้าเป็นเครื่องแบบทองมาได้ไม่กี่วันเท่านั้นเอง แก่พัน เจ้าเล่าต่อเถิด"
พันอวี่เฉิงพยักหน้าเบา ๆ แล้วเล่าต่อว่า "วิชาของกองทัพเงาจันทร์โหดเหี้ยมยิ่งขึ้นทุกที ครั้งนั้นฝ่าบาทยังเป็นเพียงราชบุตร ฝ่าบาททรงเมตตา ทอดพระเนตรความโหดร้ายของกองทัพเงาจันทร์ไม่ไหว"
"ทรงกราบทูลเสี่ยงพระชนม์ ทูลขอให้ฮ่องเต้ก่อนยุบกองทัพเงาจันทร์"
"แต่ครั้งนั้นฮ่องเต้ก่อนพระชราภาพมากแล้ว ที่นี่..."
พันอวี่เฉิงชี้ที่ศีรษะของตนเอง หมายความว่าฮ่องเต้ก่อนเวลานั้นเริ่มคลุมเครือเลอะเลือนแล้ว
"จวบจนครั้นหลัง กองทัพเงาจันทร์ไร้หลักฐานใด ๆ กลัดวงศ์สกุลวังกั๋วขณะนั้นจนสิ้นซากด้วยข้อหากบฏ ฝ่าบาทเวลานั้นทรงหมั้นหมายกับธิดาของวังกั๋วไว้แล้ว และฝ่าบาทก็ประทับอยู่ที่ตำหนักวังกั๋วในเวลานั้นเอง"
"พวกมันล้างเลือดจนตาแดง ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งที่เป็นฝ่าบาท แทบไม่รอด"
"แม้เช่นนั้น ฮ่องเต้ก่อนก็มิได้ยุบกองทัพเงาจันทร์ จวบจนองค์รัชทายาทในเวลานั้นสมรู้ร่วมคิดกับกองทัพเงาจันทร์ก่อกบฏ...ฝ่าบาทและเฉิงหวังทรงนำทัพมาปกป้องราชสำนัก คืนนั้นเลือดหลั่งเป็นแม่น้ำ พระศพกองสูงเทียมเขาภายในพระราชวัง"
มุมปากหนิงเฉินกระตุกเล็กน้อย ดูท่าการก่อกบฏขององค์รัชทายาทนี่เป็นของสืบตระกูลกระมล
พันอวี่เฉิงเล่าต่อว่า "ครั้นสิ้นเหตุ ฮ่องเต้ก่อนทรงพิโรธยิ่งนัก พระราชทานเหล้าพิษเจิ้น พระราชทานอสัญกรรมแก่องค์รัชทายาทและกองทัพเงาจันทร์ในเวลานั้น"
