ไต้ยิงรู้ดีว่าเวลายังไม่เหมาะ จะบีบคั้นมากเกินไปไม่ได้ การอ่อนข้ออย่างพอเหมาะในตอนนี้ต่างหาก ที่จะชักนำให้จิตใจเขาจมดิ่งลงไป
นางหลุบแพขนตายาวลง ปกปิดกระแสคลื่นที่วูบผ่านดวงตา น้ำเสียงราวกับขนนกแผ่วเบาลูบไล้ปลายใจ
“รอยสักหรือ งั้นให้ข้าแตะดูหน่อยได้ไหม ข้าไม่กลัวหรอก”
เมื่อครู่เขาเป็นฝ่ายพูดเองว่ารอยสักบนร่างต่างหากที่น่าเกลียดที่สุด ให้นางลองเปรียบเทียบดู
แต่พอหญิงสาวในอ้อมแขนเชื่อฟังและคิดจะแตะต้องจริง ๆ ในใจสือยู่กลับพลันเกิดความรู้สึกด้อยค่าและกระอักกระอ่วนที่ซ่อนเร้นขึ้นมา
สือยู่กระชับแขนแน่นขึ้นทันที โอบนางไว้ในอ้อมกอดแน่นกว่าเดิม ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ ท่าทีปกปิดเล็กน้อย ราวกับไม่อยากให้ใครเห็น
“อย่าแตะเลย ตอนนั้นข้าบาดเจ็บจนทิ้งรอยแผลไว้ ก็เลยสักลายปิดทับ ข้างใต้มีแต่แผลเก่า น่าเกลียดมาก”
เมื่อก่อนเขาไม่เคยใส่ใจบาดแผลบนร่างกาย แต่ภายใต้สายตาสะอาดบริสุทธิ์ของหญิงสาว สือยู่กลับหวั่นกลัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
หางตาของไต้ยิงแอบเหลือบมองคอเสื้อที่เปิดอ้าอยู่ครึ่งหนึ่งของเขา
แสงไฟสีเหลืองอบอุ่นสาดลงมา ขับเน้นสัดส่วนช่วงบนที่เปลือยเปล่าของเขาให้ชัดเจน ไหล่กว้าง เอวเพรียวกระชับ เปี่ยมด้วยพละกำลังแบบบุรุษที่ชวนให้ใจสั่น
รอยแผลเก่าสีจางเส้นหนึ่งพาดเฉียงจากสะบักขวาลงมา ทิ้งร่องรอยแห่งกาลเวลาไว้บนผิวเนื้อที่แน่นกระชับ กลับยิ่งเพิ่มกลิ่นอายดิบเถื่อนให้เขาอีกหลายส่วน
สือยู่ไม่รู้ตัวเลยว่านางกำลังมองอยู่ ทั้งยังไม่ทันตระหนักว่าท่าทีที่มีต่อไต้ยิงเปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน นางได้เข้ามาครองตำแหน่งพิเศษเพียงใดในใจเขา
