เขายืนอยู่ตรงกลาง รู้สึกราวกับตนเป็นมดตัวน้อยที่ถูกขนาบอยู่ระหว่างภูผาสองลูก
ด้านหนึ่งคือหลิ่วหรูเยียน ผู้มีพลังถึงขั้นแปรเทพช่วงปลาย
อีกด้านคือเผยอวี่หาน ผู้คลั่งรักจนฝังลึกถึงกระดูก
เขาล่วงเกินฝ่ายไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น
ขณะที่แรงกดดันขุมนี้กำลังจะทำให้เขาทรุดเข่าลง
เผยอวี่หานก็พลันยิ้มขึ้นมา
นางลุกขึ้น เดินไปข้างกายหลิ่วหรูเยียน รับถ้วยชาในมือของนางมาอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วรินชาเติมให้
“ศิษย์พี่นาน ๆ จะมาเยี่ยมสักครั้ง นั่งต่ออีกสักครู่เถิด”
นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงสนิทสนมราวกับเป็นสหายรู้ใจที่คบหากันมานาน
“ยอดเขาทิงอวี่ของข้าอาจไม่มีสิ่งอื่น แต่ชาหลงจิ่งก่อนฤดูฝนนี่รสชาติดีไม่น้อย”
หลิ่วหรูเยียนมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเช่นกัน
“เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว”
สตรีทั้งสองนั่งพูดคุยหัวเราะต่อกันเช่นนั้น
สนทนาเรื่องจิปาถะในสำนัก เรื่องประสบการณ์บำเพ็ญช่วงที่ผ่านมา และสมบัติล้ำค่าจากฟ้าดินที่เพิ่งปรากฏขึ้นในแดนบูรพา
บรรยากาศดูปรองดองกลมเกลียวเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าหลินหว่านเฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับมีเหงื่อเย็นชุ่มแผ่นหลังไม่หยุด
เขารู้จักเผยอวี่หานดีเกินไป
อาจารย์ผู้นี้ ยิ่งยิ้มอ่อนโยนเท่าไร ก็ยิ่งหมายความว่าในใจไม่สบอารมณ์เท่านั้น
รอหลิ่วหรูเยียนจากไป เขาคงได้ซวยแน่
……
หลิ่วหรูเยียนนั่งอยู่หนึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็ลุกขึ้นกล่าวลา
หลินหว่านเฉินรีบกุลีกุจอไปส่งนางถึงหน้าประตูสำนัก ยังไม่ทันได้กระซิบคุยกันสักสองประโยค ก็รู้สึกถึงไอเย็นเยียบที่แผ่เข้ามาจากด้านหลัง
เขาหันขวับกลับไป
เผยอวี่หานมายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ นางกำลังมองเขาพร้อมรอยยิ้ม
“หว่านเฉินเอ๋ย”
“ส่งประมุขยอดเขาหลิ่วเสร็จแล้ว ก็กลับมาที่เรือน”
“อาจารย์มีเรื่องจะคุยกับเจ้า”
หลินหว่านเฉินกลืนน้ำลาย ก่อนพยักหน้า
จบเห่แล้ว
สิ่งที่ควรมาถึง ในที่สุดก็มาแล้ว
เมื่อกลับถึงโถงใหญ่
เผยอวี่หานนั่งอยู่บนเก้าอี้ ประคองถ้วยชาไว้แล้วค่อย ๆ จิบ
หลินหว่านเฉินยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้านาง ราวกับนักโทษที่กำลังถูกสอบสวน
“ท่านอาจารย์”
เขาเอ่ยอย่างระมัดระวัง
“ข้า...”
“เมื่อครู่มีความสุขมากหรือ?”
เผยอวี่หานไม่ได้เงยหน้า เพียงถามเสียงเรียบ
“ไม่มีขอรับ! ไม่มีแน่นอน!”
หลินหว่านเฉินส่ายหน้ารัวราวกับกลองป๋อล่าง
“เมื่อครู่ศิษย์ร้อนใจแทบแย่! ร้อนใจมากจริง ๆ!”
“โอ้?”
เผยอวี่หานยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองเขานิ่ง ๆ
“ชีเมา”
นางเอ่ยเสียงแผ่ว น้ำเสียงแฝงความนัยลึกซึ้งที่ยากจะบรรยาย
“เจ้าอยากรู้มากใช่หรือไม่ ว่าเหตุใดเมื่อวานอาจารย์จึงขังเจ้าไว้?”
เขาจะบอกว่าไม่อยากรู้ได้หรือ?
เขาไม่กล้า
จึงทำได้เพียงหัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง
“ศิษย์...ศิษย์ไม่อยากรู้ขอรับ”
“ไม่อยากรู้หรือ?”
เผยอวี่หานเลิกคิ้ว
“เมื่อคืนข้าเห็นเจ่าด่าอาจารย์อยู่ในใจเสียยกใหญ่กระมัง?”
“ศิษย์เปล่าขอรับ! ศิษย์ไม่มีทางทำเช่นนั้น! ความภักดีของศิษย์ที่มีต่อท่านอาจารย์ สวรรค์และปฐพีย่อมเป็นพยานได้!”
“โอ้?”
เผยอวี่หานวางถ้วยชา แล้วโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ขยับเข้าใกล้เขา
ระยะห่างระหว่างทั้งสองพลันสั้นลง
หลินหว่านเฉินได้กลิ่นหอมกล้วยไม้จาง ๆ จากกายนาง มองเห็นแสงยามเช้าที่ส่องประกายบนแพขนตา ทั้งยังสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่พ่นรดใบหน้าของเขา
ใบหน้าของเขาแดงวาบขึ้นมาทันที
เผยอวี่หานมองท่าทางของเขา แล้วพลันหัวเราะ
รอยยิ้มนั้นแผ่วเบา เจือแววพึงใจอยู่บ้าง?
“ชีเมาเอ๋ย ชีเมา”
นางยื่นมือออกมา จิ้มแก้มเขาเบา ๆ
“เจ้าคิดว่าอาจารย์โกรธเพียงเพราะเจ้าขอลาออกจากสำนักหรือ?”
หลินหว่านเฉินชะงักไป
หรือไม่ใช่ล่ะ?
เขาอ้าปาก แต่ยังไม่ทันเอ่ยอะไร เผยอวี่หานก็พูดต่อแล้ว
“เจ้าคิดว่าเหตุใดอาจารย์จึงเพิ่งขังเจ้าไว้เมื่อวาน?”
“เจ้าคิดว่าห้องศิลาหลังเขานั่น เหตุใดจึงสร้างเตรียมไว้ตั้งนานแล้ว?”
เสียงของนางแผ่วเบา ทุกถ้อยคำประหนึ่งค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจหลินหว่านเฉิน
“เพราะอาจารย์รอวันนี้มานานถึงสามปีแล้ว”
???
สามปี?
เขาเข้าสำนักของเผยอวี่หานมาครบสามปีพอดี
หมายความว่าอย่างไร?
เผยอวี่หานมองสีหน้าสับสนของเขา แล้วหัวเราะอีกครั้ง
นางลุกขึ้น เดินวนรอบตัวเขาหนึ่งรอบ ราวกับกำลังชื่นชมสมบัติล้ำค่าหายากชิ้นหนึ่ง
“ชีเมา เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนมีร่างกายพิเศษชนิดใด?”
หลินหว่านเฉินชะงักอีกครั้ง
ร่างกายพิเศษ?
เขาส่ายหน้า
หลังจากทะลุมิติมาที่นี่ ก็ไม่มีใครบอกเขาว่าตนมีร่างกายพิเศษชนิดใด
รู้เพียงว่าความเร็วในการบำเพ็ญของเขาเหนือกว่าคนอื่นอยู่บ้าง นอกนั้นก็ไม่รู้อะไรแล้ว
“ศิษย์...ศิษย์ไม่ทราบขอรับ”
เผยอวี่หานหยุดฝีเท้า ยืนอยู่ด้านหลังเขา ก่อนโน้มกายลงกระซิบข้างหู
“ร่างวิญญาณบริสุทธิ์”
สามคำนั้นประหนึ่งสายฟ้าฟาด กึกก้องสะท้อนอยู่ในห้วงสมองของหลินหว่านเฉิน
ร่างวิญญาณบริสุทธิ์?
นั่นคืออะไร?
เหมือนเขาเคยได้ยินคำนี้ในเกมนะ
เดี๋ยวก่อน
หลินหว่านเฉินพลันนึกขึ้นได้
ร่างวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นร่างกายอันล้ำเลิศที่พบได้ยากยิ่งในรอบหมื่นปี!
ผู้ครอบครองร่างกายชนิดนี้มีความเร็วในการบำเพ็ญมากกว่าคนทั่วไปถึงสิบเท่าเป็นอย่างน้อย! และยัง...ยังมีอีก!
หากผู้มีร่างวิญญาณบริสุทธิ์บำเพ็ญคู่กับผู้บำเพ็ญคนอื่น อีกฝ่ายก็จะดูดซับพลังวิญญาณในร่างของผู้มีร่างวิญญาณบริสุทธิ์ได้โดยตรง ฟื้นฟูพลังบำเพ็ญและทะลวงขั้นได้อย่างรวดเร็ว!
เขาหันกลับไปอย่างแข็งทื่อ มองเผยอวี่หานที่อยู่ด้านหลัง
เผยอวี่หานกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่งามเป็นประกายระยิบระยับด้วยแสงบางอย่าง
“ท่านอาจารย์ หมายความว่า...”
เสียงของเขาสั่นเครือ
เผยอวี่หานยืดตัวขึ้น จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย น้ำเสียงสงบนิ่งราวกับกำลังพูดถึงอากาศวันนี้แจ่มใส
“อาจารย์หมายความว่า”
“เจ้าน่ะ เป็นตัวยาชั้นเลิศเฉพาะของอาจารย์”
ตัวยา???
สรุปว่าเขาไม่ใช่แค่ศิษย์ แต่ยังเป็นยาบำรุงมีชีวิตด้วยงั้นเหรอ???
หลินหว่านเฉินรู้สึกว่าโลกทัศน์ของตนพังทลายลงในพริบตา
เดิมทีเขาคิดว่าอาจารย์ขังเขาไว้เพราะคลั่งรัก
เดิมทีเขาคิดว่าอาจารย์ไม่ยอมให้เขาไปเพราะความหวงแหน
แต่ผลกลับเป็นอย่างไร?
ที่แท้นางหมายตาร่างกายพิเศษของเขา!
นี่เขาเรียกว่าศิษย์ที่ไหนกัน!
เขามันโอสถต้าหวนที่เดินได้ชัด ๆ!!!
เผยอวี่หานมองสีหน้าหมดอาลัยตายอยากของเขา แล้วอดหัวเราะไม่ได้
นางเดินเข้ามา ยื่นมือบีบแก้มเขาเบา ๆ
“อย่างไร? ไม่พอใจหรือ?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีกี่คนอยากได้วาสนาเช่นนี้ แต่ร้องขอเท่าไรก็ไม่ได้มา?”
“ข้าจะบอกเจ้าให้ ชีเมา”
น้ำเสียงของนางพลันจริงจังขึ้นเล็กน้อย “เมื่อครั้งนั้นอาจารย์อยู่ขั้นแปรเทพสูงสุด ถูกคนลอบเล่นงาน รากฐานแห่งเต๋าเสียหาย พลังบำเพ็ญถดถอยลงมาจนถึงขั้นแก่นทอง ตลอดสามปีมานี้ ข้าลองหาวิธีมานับไม่ถ้วน แต่ก็ฟื้นฟูไม่ได้”
“จนกระทั่งข้าได้พบเจ้า”
“ครั้งแรกที่เห็นเจ้า ข้าก็รู้แล้วว่าเจ้ามีร่างวิญญาณบริสุทธิ์”
“เจ้าเป็นความหวังเดียวที่ทำให้อาจารย์ฟื้นฟูพลังบำเพ็ญได้”
นางเว้นไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมอีกประโยค
“แน่นอนว่าเจ้ายังเป็นคนที่ข้าหมายตาไว้ด้วย”
“เช่นนั้นท่านขังศิษย์ไว้ ทั้งเพราะคลั่งรัก และเพราะศิษย์ช่วยให้ท่านฟื้นฟูพลังบำเพ็ญได้หรือขอรับ?”
“ไม่เช่นนั้นเล่า?”
เผยอวี่หานเลิกคิ้ว
“เจ้าคิดว่าด้วยพลังบำเพ็ญขั้นแก่นทองของข้า จะขังเจ้าไว้ได้หรือ?”
ฟังดูมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน
ถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็อยู่ขั้นสร้างฐานช่วงปลายแล้ว หากต้องสู้กันจนถึงที่สุด อาจารย์ที่อยู่ขั้นแก่นทองก็ใช่ว่าจะขวางเขาได้แน่
แต่เมื่อวาน...
เมื่อวานเขารู้สึกชัด ๆ ว่าถึงอาจารย์จะดูเหมือนอยู่ขั้นแก่นทอง แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากกายกลับแข็งแกร่งกว่าขั้นแก่นทองมาก!
หลินหว่านเฉินพลันนึกอะไรขึ้นได้ จึงเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
