ตูม! ฝีเท้าของหลินเซียวครั้งนี้รุนแรงมาก ถึงขนาดเตะหวังฉีเฟิงกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร
ไม่ใช่เรื่องโกหก!
ชั่วขณะนั้น
ทุกคนตะลึงงัน!
เหมือนคาดไม่ถึงว่าหลินเซียวจะกล้าลงมือกับหวังฉีเฟิง แถมยังเด็ดขาดและโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้
ถังอวิ๋นคลายคิ้วที่ขมวด สายตามองหลินเซียวเป็นประกายแปลกตา
ถึงแม้เธอจะรู้ว่าการทำร้ายหวังฉีเฟิงเป็นสิ่งที่ไม่สมควร แต่เมื่อเทียบกับการคุกเข่าขอร้องต่อหน้าหวังฉีเฟิงอย่างน่าสมเพช การที่หลินเซียวโต้กลับอย่างดุดัน ยิ่งทำให้เธอมองเขาด้วยความชื่นชม
สมใจ!
หลี่เสวี่ยนี้เองก็ตะโกนในใจว่า "เตะได้ดี!"
ช่วงที่ผ่านมา หวังฉีเฟิงกดดันตระกูลถังอย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นปิดกั้นทางธุรกิจ เพียงเพื่อให้ถังอวิ๋นแต่งเข้าตระกูลหวัง
ตระกูลถังทนทุกข์มานานแล้ว!
เพียงแต่เกรงใจฐานะของหวังฉีเฟิง จึงไม่อาจฉีกหน้าโดยตรง
ฝีเท้านี้ของหลินเซียว ถือเป็นการประกาศสงครามกับตระกูลหวัง
หยางหลานตกใจจนหน้าซีดเผือด แต่พอคิดได้ว่าหลินเซียวตัดสัมพันธ์กับตระกูลหลินแล้ว ก็กลับรู้สึกสมน้ำหน้า
"ฉิบหายแล้ว!"
"กล้าตีคุณชายหวัง ไอ้เด็กสารเลวหลินเซียวคราวนี้ดับแน่!"
"แค่ตระกูลหวังขยับนิ้ว บี้เขาให้ตายก็ง่ายเหมือนบี้มด ช่างรนหาที่ตายจริงๆ..."
หลินเทียนเฉียวมีสีหน้าซับซ้อน พูดว่า "เห็นแก่ที่เราเคยเป็นพ่อลูกกัน ขอแนะนำให้เจ้ารีบไปขอโทษคุณชายหวัง อย่าพาตัวเองไปสู่ทางตันเลย!"
"ตอนนี้ค่อยคิดขอโทษ มันสายไปแล้ว!"
หวังฉีเฟิงตั้งสติได้ ไม่รู้ว่าเพราะความเจ็บปวดหรือโกรธเกินไป ใบหน้าทั้งบิดเบี้ยวดุร้าย
"ฉันจะเอาเขาตาย!"
หวังฉีเฟิงคำรามเสียงแหลม
ทันใดนั้น
บอดี้การ์ดรอบกายก็กรูเข้ามา แต่ละคนรูปร่างสูงใหญ่ ดุดัน เห็นแล้วรู้ว่าเป็นนักสู้
พวกเขาล้อมเป็นวง รุกเข้ามาหาหลินเซียวทีละก้าว
"หวังฉีเฟิง ตระกูลถังของเราแม้จะสู้ไม่ได้ แต่มิใช่ลูกพลับอ่อนที่แกจะบี้เล่นตามใจ!"
ถังอวิ๋นเห็นสถานการณ์ไม่ดี จึงก้าวขายาวออกมาปกป้องหลินเซียว
"คุณออกหน้าเพื่อฉันเลยไปมีเรื่องกับหวังฉีเฟิง ฉันจะไม่ยอมให้คุณบาดเจ็บ ยืนอยู่ข้างหลังฉัน อย่าขยับ!"
หลินเซียวรู้สึกอบอุ่นในใจ ยิ้มแล้วพูดว่า "ขอบคุณ! แต่การหลบอยู่หลังผู้หญิงไม่ใช่สไตล์ของผม"
"คุณ..."
ถังอวิ๋นยังอยากพูดอะไร แต่กลับเห็นหลินเซียวพุ่งตัวออกไป
"ฆ่ามัน!"
หวังฉีเฟิงเห็นหลินเซียวยังกล้าบุกเข้ามาเอง ดวงตาพลุ่งพล่านไปด้วยเพลิงโทสะ
บอดี้การ์ดต่างระดมโจมตี
ทว่า
หลินเซียวเคลื่อนไหวดุจสายฟ้า
ปัง ปัง ปัง!
ทั้งหน้าและหลังใช้เวลาไม่ถึงสองวินาที บอดี้การ์ดทั้งหมดก็ล้มลงกอง ไม่มีใครสู้หลินเซียวได้สักกระบวนท่า
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
เงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก
ถังเจิงตะลึงงัน กลืนน้ำลายดังเอื้อกแล้วพูดว่า "เมื่อกี้... เกิดอะไรขึ้น?"
หลี่เสวี่ยนี้ส่ายหัว หน้าตกตะลึง
พวกเขามองไม่ทันด้วยซ้ำว่าหลินเซียวลงมืออย่างไร
หลินเทียนเฉียว หยางหลาน หลินเฮ่าอวี่ สามคนก็อึ้งไปเช่นกัน
ไอ้เสเพลกระจอกนี่ ตีเก่งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
ถังอวิ๋นเห็นฉากนี้ ก็แอบถอนหายใจโล่งอก ถ้าหลินเซียวเป็นอะไรไป เธอคงรู้สึกผิดจนตายแน่
ดีนะ!
หลินเซียวจัดการบอดี้การ์ดเสร็จ หันไปมองหวังฉีเฟิง เอ่ยปากช้าๆ ว่า
"หวังฉีเฟิงใช่ไหม?"
"ฉันไม่สนว่านายเป็นใคร หรือจะมีอำนาจแค่ไหนในเป่ยเจียง มาอวดเบ่งต่อหน้าฉันหลินเซียว นายยังไม่มีคุณสมบัติ"
"ขอเตือนไว้ด้วย ถังอวิ๋นคือภรรยาของฉัน ตระกูลถังอยู่ภายใต้การปกป้องของฉัน ถ้านายยังคิดไม่ดีอีก อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ"
"ไสหัวไป!"
หลินเซียวพูดถึงตอนท้าย ก็ตวาดก้องกังวาลในสมองหวังฉีเฟิง
ตั้งแต่ตอนที่หลินเซียวจัดการบอดี้การ์ด หวังฉีเฟิงก็ชะงักไปแล้ว
พวกนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝน!
เขาเข้าใจดีกว่าใครๆ ว่าการที่หลินเซียวโค่นบอดี้การ์ดเหล่านั้นหมายความว่าอย่างไร
ความหวาดกลัวแพร่กระจายในหัวใจ
และประโยค 'ไสหัวไป' ของหลินเซียว สำหรับหวังฉีเฟิงแล้ว กลับเป็นคำสั่งอนุญาตให้รอดตาย
เขาคลานลุกๆ ล้มๆ ออกไปทันที!
ต่อจากนั้น
ถังอวิ๋นมองไปทางสามคนหลินเทียนเฉียว พูดเสียงเย็นชาว่า "ยังไม่ไปอีก? รอให้ฉันเชิญพวกคุณออกไปหรือไง?"
หยางหลานเบะปากพูดว่า "เชอะ! เหมือนใครอยากอยู่นี่นักแหละ!"
หลินเทียนเฉียวส่ายหัวพูดว่า "เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ ฉันขอเตือนสักประโยค เรื่องวันนี้หวังฉีเฟิงไม่มีทางปล่อยไว้แน่"
"คำแนะนำของฉันคือ รีบนำตัวหลินเซียวไปให้ตระกูลหวังจัดการ แล้วให้เสี่ยวอวิ๋นแต่งงานกับหวังฉีเฟิง..."
"หุบปากไปเลยแก!"
หลี่เสวี่ยนี้โพล่งขัดขึ้นมา "เพื่อปกป้องตัวเอง ถึงกับอยากส่งลูกแท้ๆ เข้าปากเสือ สมควรแล้วที่หลินเซียวตัดพ่อตัดลูกกับแก!"
"ส่วนเรื่องแต่งงานของลูกฉัน ยิ่งไม่ต้องให้แกมาสนใจ"
"เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ ฉันก็จะให้คำเตือนสักข้อ เสือยังไม่กินลูกตัวเอง อย่าทำชั่วมากนัก เดี๋ยวจะพินาศด้วยน้ำมือตัวเอง!"
"แก..."
หลินเทียนเฉียวหน้าถอดสี กำลังจะอ้าปากพูด แต่คราวนี้ถังเจิงที่พูดน้อยมาตลอด กลับพูดขึ้นว่า "เฒ่าหลิน ต่อไปนี้สองบ้านเราอย่าติดต่อกันอีกเลย!"
"ไม่ติดต่อก็ไม่ติดต่อ ล่วงเกินตระกูลหวัง ใครอยากข้องแวะกับพวกแกอีกล่ะ?"
หยางหลานเผยธาตุแท้อันต่ำช้าออกมาไม่ปิดบัง ก่อนเดินยังไม่ลืมเสียดสีหลินเซียวว่า "แกพูดเองนะว่าตัดสัมพันธ์กับตระกูลหลิน ต่อไปมีเรื่องอะไร อย่ามาพัวพันให้พวกฉันเดือดร้อน"
พูดจบก็จากไป
หลี่เสวี่ยนี้โมโหจนตัวสั่นว่า "นี่มันคนอะไรกัน? ลูกเขยอย่ากลัวไป ถ้าเกิดเรื่องขึ้น ตระกูลถังคอยรับผิดชอบให้"
เธอจับมือหลินเซียวไว้ สีหน้าเปี่ยมด้วยความเห็นใจ
"ถ้าแม่ของลูกยังอยู่ จะปล่อยให้ลูกมาเจอเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?"
หลินเซียวตอนแรกยังสงสัยว่าทำไมหลี่เสวี่ยนี้ถึงได้ปกป้องเขามาตลอด พอได้ยินคำนี้ก็เข้าใจในทันใด
ในความทรงจำ ดูเหมือนเธอกับแม่จะเป็นเพื่อนรักกัน
ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ สองตระกูลสนิทสนมกันมาก ถึงได้ให้ตัวเองกับถังอวิ๋นหมั้นกันตั้งแต่เด็ก
ต่อมาเมื่อแม่เสียชีวิต ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลก็ค่อยๆ ห่างเหิน
"คุณป้าถัง..."
หลินเซียวรู้สึกซาบซึ้งใจ อยากพูดขอบคุณ กลับเห็นหลี่เสวี่ยนี้ถลึงตาใส่ว่า "ยังเรียกป้าอยู่อีกเหรอ?"
ว่าไปหลี่เสวี่ยนี้แม้จะอายุสี่สิบกว่าแล้ว แต่อาการถลึงตาแบบนี้ช่างมีเสน่ห์ขี้เล่น มีสเน่ห์อีกแบบหนึ่ง
หลินเซียวยิ้มแล้วเรียกคำว่า 'แม่'
จากนั้นมองไปทางถังเจิง
กำลังจะอ้าปาก ก็เห็นถังเจิงพูดอย่างหน้าดำคร่ำเคร่งว่า "หยุดก่อน! ฉันยังไม่ยอมรับให้แกเป็นลูกเขย!"
"เจ้าแก่หัวดื้อ แกหมายความว่าไง?"
หลี่เสวี่ยนี้ไม่พอใจขึ้นมาทันที คิ้วขมวดตั้งใส่
"เฮ้อ ใจเย็นก่อนสิ ฟังฉันพูดให้จบ"
ถังเจิงมองหลินเซียว ใบหน้าจริงจังว่า "ฉันถังเจิงมีลูกสาวคนเดียว การแต่งงาน ต้องไม่ปล่อยปละละเลย"
หลินเซียวเข้าใจความหมายในทันที ให้คำมั่นว่า "คุณลุงวางใจได้เลย ผมจะจัดงานแต่งให้เสี่ยวอวิ๋นที่ยิ่งใหญ่สะเทือนทั้งเมือง"
ถังอวิ๋นเบะปาก ไม่สะทกสะท้าน
หมอนี่เพิ่งพ้นคุก แถมตัดสัมพันธ์กับที่บ้าน จะมีเงินจากไหนมาจัดงานแต่ง? หรือจะให้ตระกูลถังออก?
แล้วยังจะสะเทือนทั้งเมืองอีก!
โม้เก่ง!
ต่อจากนั้นทุกคนคุยกันอีกสักพัก ก็เห็นคนใช้ตระกูลถังวิ่งเข้ามารายงานว่า "ข้างนอกมีคนมา บอกว่ามาหาคุณหลินเซียวค่ะ"
"หวังฉีเฟิงกลับมาหาเรื่องอีกรอบแล้วเหรอ?"
คนใช้ส่ายหัว "เป็นผู้หญิงค่ะ ชื่ออะไรนะ... ฉินปัวเร่อ"