ท่านปู่ปั๋วตะลึงไปชั่วขณะ หันไปมองปั๋วจิ่วซือ "ที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงหรือ"
ปั๋วจิ่วซือสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีท่าทีจะอธิบายแม้แต่น้อย
"โครม—" ท่านปู่วางถ้วยชาลงอย่างแรง "ไอ้ไม่เอาไหน! ผู้หญิงแบบไหนก็พากลับบ้าน?!"
เนี่ยจิงจือคิ้วกระตุก กำลังคิดว่าควรต่อประโยคนี้ยังไง จู่ๆ ก็มีเสียงเยือกเย็นดังข้างหู
"ท่านก็ไม่ใช่หรือ"
ปั๋วจิ่วซือเอ่ยขึ้นมาทันใด สายตากวาดไปยังหญิงสาวข้างกายท่านปู่
หญิงสาวสะดุ้ง ถอยเข้าไปหลบหลังท่านปู่
ท่านปู่ปั๋วหน้าเป็นสีเขียวคล้ำ
เนี่ยจิงจือเห็นดังนั้นก็รีบปลอบ "ท่านปู่ อย่าเพิ่งโกรธเลยค่ะ เป็นความผิดของหนูเอง ที่หนูเป็นฝ่ายฉุดลูกชายท่าน"
ท่านปู่โกรธจนตาเบิกกว้าง ปั๋วจิ่วซือก็มองเธอด้วยแววตาเย็นชา
เธอตบปากตัวเอง ทำหน้าซื่อ "ขอโทษค่ะ ปากไวไปหน่อย"
ดูจากท่าทางก็ไม่น่าจะใช่ปากไว ดูจะเป็นปากเสียมากกว่า
เนี่ยจิงจือกระแอมเบาๆ ทำหน้าจริงจัง "ท่านปู่ จริงๆ แล้วหนูกับอาเจี่ยวคบกันมาเกือบครึ่งปีแล้ว ปิดบังมาตลอดไม่ได้บอกท่าน"
"นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่" ท่านปู่สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย "เด็กหนุ่มสาวไม่รู้ประสาสิ่งใด ข้าจะไม่ถือสาพวกเจ้า วันนี้ต่อหน้าข้า แยกทางกันเสียก็พอ"
ท่านปู่ชี้ไปที่ปั๋วจิ่วซือ ไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย เอ่ยเสียงกร้าว "เจ้าต้องให้สัญญากับข้า ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเด็กสาวไร้ตระกูลนี่อีก"
ปากก็พูดแต่ "เด็กสาวไร้ตระกูล" นี่มันดูถูกเธอแค่ไหนกัน
เนี่ยจิงจือไม่ได้ดูโกรธอะไรมาก กลับยิ้มร่า "ท่านปู่คะ ระยะนี้พวกเรากำลังปรึกษาเรื่องงานแต่งกัน อาเจี่ยวพาหนูกลับมาวันนี้ก็เพื่อมาพบท่านโดยเฉพาะ แถมแจ้งให้ท่านทราบนะคะ ว่าพวกเราจะแต่งงานกันแล้ว"
ท่านปู่หน้าบึ้ง "เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดเมื่อกี้หรือ"
"ได้ยินค่ะ ท่านปู่" เนี่ยจิงจือยิ้มหวาน "ท่านไม่อยากอุ้มเหลนหรือคะ"
ท่านปู่นิ่งอึ้ง "หมายความว่ายังไง"
"หนูตั้งครรภ์"
เปลือกตาท่านปู่สั่น รูม่านตาเบิกโตขึ้นเล็กน้อย "...เจ้าเพิ่งว่าอะไรนะ มีลูกแล้วหรือ"
"นี่คือใบรายงานผลตรวจค่ะ"
เนี่ยจิงจือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางอัตโนมัติ ถึงพบว่ารายงานไม่ได้อยู่ที่เธอ
เธอสะกิดปั๋วจิ่วซือเบาๆ "ปิดๆ ซ่อนๆ ยังไงอยู่ รีบเอามาให้ท่านปู่ดูสิคะ"
ปั๋วจิ่วซือมองเธอเป็นเชิงเตือน ก่อนจะล้วงรายงานจากกระเป๋ากางเกงสแล็ก
เนี่ยจิงจือนึกว่าเขาทิ้งไปแล้ว ที่ไหนได้ ยังถูกเขาเก็บรักษาไว้อย่างดี
เธอรับมา อดบ่นในใจไม่ได้ กระดาษแผ่นเดียวถูกเขาพับเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสราวกับย้ำคิดย้ำทำ คงจะโรคจิตขั้นรุนแรงทีเดียว
ท่านปู่หลังจากดูแล้ว แววตาเผยความเคลือบแคลง "เวลาที่รายงานระบุก็เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนนี่เอง หรือว่าพวกเจ้าเอามาหลอกข้าเล่นๆ กัน"
ก็จิ้งจอกเฒ่าตาแหลมดีจริง
เนี่ยจิงจือท่าทางจริงใจ "ท่านปู่คะ นี่เป็นเรื่องจริง ถ้าไม่เชื่อ หนูไปตรวจอีกครั้งก็ได้"
ยังไงก็ตาม เลือดที่เสียไปเล็กน้อยนั้น เธอจะให้ปั๋วจิ่วซือชดใช้คืนให้
ท่านปู่ปั๋วนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง หันไปทางปั๋วจิ่วซือ "เจ้าคิดยังไง"
ปั๋วจิ่วซือก็ยังคงเป็นท่าทางเดิม "ผมต้องรับผิดชอบต่อเธอ"
เนี่ยจิงจิอรู้สึกว่าเขาเหมือนรายงานพยากรณ์อากาศ ไม่มีอารมณ์ขึ้นลงใด
"เจ้าจะแต่งกับนาง"
"ใช่"
ในห้องเงียบไปนาน ท่านปู่ถึงได้โบกมือไล่ "พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ"
ปั๋วจิ่วซือลุกขึ้นยืน พยักหน้าเล็กน้อย กุมมือเนี่ยจิงจือจากไป
……
ขึ้นรถปุ๊บ ทั้งสองก็แยกออกจากกันทันที
ปั๋วจิ่วซือหยิบผ้าเช็ดมือฆ่าเชื้อเช็ดมือ ราวกับว่าแตะเธอแล้วทำให้มือเขาสกปรก
เนี่ยจิงจือขยับเข้าไปใกล้ "มีผ้าเช็ดมือเหลือมั้ย"
ปั๋วจิ่วซือแววตาเย้ยหยันเล็กน้อย "มีสิทธิให้นายรังเกียจหรือ"
"นายมีโรคกลัวสกปรกแล้วฉันจะมีบ้างไม่ได้หรือ" เธอแบมือ "ฉันไม่รังเกียจของที่นายใช้แล้ว เร็วๆ ช่วยเช็ดให้หน่อย"
ปั๋วจิ่วซือแววตาขุ่นมัว "ถ้าเอาท่อนตีนยื่นมาอีก ฉันจะฟันทิ้ง"
เธอหดมือกลับ เบ้ปาก "ไม่สนุกเลย เล่นด้วยนิดหน่อยก็ไม่เป็น"
เฝิงอู๋จากกระจกหลังหันหน้าเอียงมาถาม "ท่านจิ่ว จะไปไหนครับ"
"สำนักทะเบียนสมรส"
ประโยคนี้เนี่ยจิงจือตอบตัดหน้า
ปั๋วจิ่วซือใบหน้าเย็นชา "ไปส่งคุณหนูเนี่ยกลับบ้าน"
เนี่ยจิงจือขุ่นเคืองในใจ "ปั๋วจิ่วซือ นายบอกว่าถ้าฉันไปที่ไหนสักแห่งด้วย นายจะไม่เอาเด็กออก ฉันก็มากับนายที่คฤหาสน์เก่าตระกูลปั๋วแล้ว แถมยังช่วยนายรับมือท่านปู่ของนายอีกด้วย นี่นายพูดแล้วไม่รักษาคำพูดหรือไง"
"ฉันบอกว่าไม่เอาเด็กออก ไม่ได้บอกว่าจะแต่งกับคุณ"
"นายไม่ได้พูดหรือ เมื่อกี้ที่นายพ่นต่อหน้าท่านปู่คือนายพ่นอะไร"
"ฉันยังบอกต่อหน้าไอ้แก่บ้านั่นอีกว่าจะฆ่าทุกคนที่คิดร้ายกับฉันให้หมด" จากลำคอเขาเล็ดลอดเสียงหัวเราะเย็นออกมา "คนแรกเลยก็คือคุณ"
"นายมันโรคจิต!"
เนี่ยจิงจือเบือนหน้าไปมองนอกหน้าต่าง หายใจไม่ค่อยคล่อง
เด็กน้อยรอดตัวไปชั่วคราว แต่ว่าปั๋วจิ่วซือไม่ยอมแต่งกับเธอ ทั้งยังไม่ยอมยื่นมือช่วยเหลือบ้านเนี่ย
วนไปวนมาครั้งใหญ่ สุดท้ายก็เสียเที่ยวหรือ
อีกเดี๋ยวก็ถึงบ้านเนี่ยแล้ว แม่บ้านเซวียเคยบอกไว้ ภายในวันนี้ต้องหาเงินให้ได้ ไม่อย่างนั้นบ้านเนี่ยจะถูกยึด
แต่ว่าเธอต้องทำยังไง ถึงจะทำให้ปั๋วจิ่วซือเปลี่ยนใจในเวลาอันสั้นนี้ได้
ปั๋วจิ่วซือเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจมาตั้งแต่ก่อน แม้แต่เลือดเนื้อเชื้อไขตนเองก็ไม่แยแส การอ่อนข้อไม่มีประโยชน์อะไรเลย
แต่ท่าทีของเขาเมื่อกี้ที่คฤหาสน์เก่าเห็นได้ชัดว่ามีท่าทีอ่อนลง แสดงว่ายังมีโอกาส
เธอกัดริมฝีปากครุ่นคิดสักครู่ แล้วหันกลับมา ลดเสียงอ่อนลง เอ่ยอ่อนหวานเชิงผูกมิตร "ท่านจิ่ว นายไม่ใช่ประมุขตระกูลปั๋วหรอกหรือ ทำไมยังถูกผู้อาวุโสครอบงำการแต่งงานได้อีกล่ะ"
ปั๋วจิ่วซือหลับตาไม่ตอบ
เธอพูดเนิบๆ "หรือว่ามีความลับอะไรดำมืดตกอยู่ในมือท่านปู่ของนาย"
เขาเป็นถึงประมุข ก็ควรจะดูแลตระกูลปั๋วทั้งนอกใน ตกมาถึงเมื่อไหร่จะต้องให้ท่านปู่มากำหนดงานแต่งโดยพลการ ถ้าเขาไม่อยากแต่ง แค่ปฏิเสธตรงๆ ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องดึงเธอมาเป็นเกราะกำบัง
เว้นแต่เขาจะมีอะไรต้องกังวล
"เลิกยุ่งเรื่องของฉัน" ปั๋วจิ่วซือลืมตาขึ้น สายตาเย็นเสียดแทงถึงกระดูก
"ฉันไม่ได้ยุ่ง" เนี่ยจิงจือไม่หวั่นสายตาของเขา น้ำเสียงก็ยังอ่อนโยนเช่นเดิม "ฉันแค่รู้สึกว่า ท่านปู่ของนายบังคับให้นายแต่งกับผู้หญิงคนนั้น เห็นได้ชัดว่าต้องการจับตาดูนาย ใช่ไหมล่ะ"
ปั๋วจิ่วซือไม่พูด แต่ว่าสายตาเปลี่ยนไป
เนี่ยจิงจือรู้ว่าตัวเองเดาถูก ก็พูดต่อไปอย่างกล้า "ผู้หญิงที่ชื่อฝูหลินนั่น อยู่ข้างกายท่านปู่ได้ ก็ต้องเป็นคนที่ท่านปู่ไว้ใจมากที่สุดแน่ ปล่อยให้นางแต่งเข้ามาจริงๆ เรื่องลับหลังที่นายทำ หากถูกท่านปู่จับความลับได้เมื่อไหร่ ก็จะถอดถอนประมุขอย่างนายได้ทุกเมื่อ"
ปั๋วจิ่วซือแววตาหม่นลง "คุณจะพูดอะไรกันแน่"
"ที่ท่านปู่ให้พวกเรากลับมาก่อน เพราะต้องใช้เวลาพิจารณา ท่านยังไม่ล้มเลิกความคิดจะให้นายแต่งกับคุณหนูตระกูลหวังหรอก นายต้องหาใครสักคนมาช่วยกันงานแต่งนี้ไว้"
เนี่ยจิงจือมองเขา น้ำเสียงจริงใจ "ฉันช่วยนายได้"
ปั๋วจิ่วซือจ้องหน้าเธอสองวินาที จู่ๆ ก็หัวเราะทีหนึ่ง "แค่หาผู้หญิงสักคนไม่ใช่หรือ ต้องเป็นคุณด้วยรึ"
"ต้องเป็นฉันเท่านั้น" เธอเสียงหนักแน่น "เพราะว่าฉันตั้งครรภ์"
ตระกูลปั๋วตอนนี้บุตรชายเหลือน้อยแล้ว สำคัญที่สุดคือการสืบต่อวงศ์ตระกูล บิดาของปั๋วจิ่วซือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร รุ่นนี้เหลือแค่คุณชายใหญ่ที่ร่างกายอ่อนแอหนึ่งคน ก็เหลือเขาเพียงลำพังแล้ว ภาระในการสืบทอดเชื้อสายจึงตกอยู่กับเขาทั้งหมด
"ท่านปู่ต้องใส่ใจเด็กในท้องของฉันแน่ เห็นแก่หน้าเด็ก ท่านคงไม่บังคับให้นายแต่งกับคนอื่นในระยะสั้น"
เนี่ยจิงจือหยุดไปเล็กน้อย เงยหน้ามองเขา "ดังนั้น... นายต้องการฉัน"
ในรถเงียบไปไม่กี่วินาที
แววตาหมิ่นแคลนในสายตาปั๋วจิ่วซือค่อยๆ จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความชื่นชมเกือบจะเหมือนการพินิจ
เขาเงียบมองเธออยู่นาน ถึงเอ่ยปาก "ถ้าเนี่ยจงมีสมองสักครึ่งหนึ่งของคุณ บ้านเนี่ยก็คงไม่ตกต่ำถึงขั้นนี้"
เนี่ยจิงจือคลี่ยิ้ม "งั้นท่านจิ่ว ร่วมมือกันไหมคะ"