ปั๋วจิ่วซือเหยียดหยาม “เธอไม่ใช่เคยมีแค่ฉันหรอกหรือ”
“ใคร ๆ ก็มีอดีต”
ยิ่งอธิบายยิ่งดำ โจวเคอยกมือขึ้น “พวกเราบริสุทธิ์นะ”
เนี่ยจิงจือแทรกตัวเข้าใกล้ปั๋วจิ่วซือ กดเสียงถาม “เพื่อนนายหรอ”
ปลายผมปัดผ่านหน้าอกปั๋วจิ่วซือโดยไม่ตั้งใจ กลิ่นหอมหวานเย้ายวนนั้นแทรกซึมเข้าจมูกอีกครั้ง
เขาเบี่ยงหน้าหลบ ยกมือดันศีรษะเธอออก “ถอยไปไกล ๆ”
เนี่ยจิงจือก็ไม่โกรธ ทำตาหยิก ๆ ใส่เขา “รู้งี้พวกนายเป็นเพื่อนกัน ตอนนั้นฉันจีบนายดีกว่า”
ปั๋วจิ่วซือไม่แม้แต่จะชายตามอง
โจวเคอหัวเราะคลายบรรยากาศ “ไปตรวจก่อนเถอะ”
เนี่ยจิงจือเพิ่งรู้ว่าโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เป็นของตระกูลโจว
มิน่าถึงพามาที่นี่ ปั๋วจิ่วซือไม่เชื่อใจเธอเลยสักนิด และก็ไม่เชื่อหมอคนอื่นด้วย
ช่างระแวงจัด
พอพยาบาลหยิบเข็มออกมา เธอก็ถกแขนเสื้อส่งให้ หางตามองเห็นปั๋วจิ่วซือก็พับแขนเสื้อเช่นกัน
ผิวเขาเผือดซีดมาก เส้นเลือดบนแขนนูนเป็นทางเหมือนงูเหลือมสองตัว เขียวจนอมม่วง ยังมีรอยแผลเป็นเก่า ๆ บางรอย ราวกับถูกอะไรฟาดฟันจนเนื้อเย็นเป็นสีขาว
เขาเป็นคุณชายใหญ่ที่สุขสบายมาตลอด เหตุใดบนตัวจึงมีแผล
“ซี๊” เข็มเจาะเข้าเส้นเลือด เนี่ยจิงจือสูดลมเย็น ขมวดคิ้วเบือนหน้าหนี
ปั๋วจิ่วซือเงยหน้ามองเธอ กระตุกยิ้มที่มุมปาก
ไม่กลัวฟ้าดินอะไรเลย แต่กลับกลัวเข็มฉีดยา
เขาดึงสายตากลับอย่างไม่แสดงสีหน้า
เจาะเลือดเสร็จ ปั๋วจิ่วซือจัดการพับแขนเสื้ออย่างช้า ๆ เนิบ ๆ “ผลออกเมื่อไร”
“ประมาณหนึ่งชั่วโมง”
เขานั่งลงบนม้ายาวริมทางเดิน หลับตาพัก
แต่มือถือเนี่ยจิงจือดัง เนี่ยจงโทรมา
“จือจือ ปั๋วจิ่วซือไม่ใช่คนดี ปัญหาช่องโหว่ทางการเงินพ่อจะคิดหาทางใหม่เอง รีบกลับมาเถอะ...”
เนี่ยจิงจือชำเลืองมองชายบนม้ายาว ปิดโทรศัพท์แล้วเดินหลบไปอีกทาง กดเสียงต่ำ “พ่อ หนูไม่เป็นไร ทำธุระเสร็จแล้วจะกลับ”
วางสายอย่างรีบร้อน
หลังจากนั้นแม่บ้านเซวีย พ่อบ้านจาง และแม่ของเธอก็โทรเข้ามาตามกัน ล้วนเกลี้ยกล่อมให้กลับบ้าน
ปั๋วจิ่วซือถูกรบกวนจนลืมตา จ้องมองแผ่นหลังเธอแล้วขมวดคิ้ว
โจวเคอเดินฉับ ๆ ออกมา ถือรายงานผลตรวจดีเอ็นเอในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ยินดีด้วย ประธานปั๋ว คุณกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว”
ท่าทางรับโทรศัพท์ของเนี่ยจิงจือชะงัก หันตัวไปก็ปะทะเข้ากับสายตาชายหนุ่ม
เขาลุกพรวดขึ้น คว้ารายงานไป
“เป็นไงบ้าง” เนี่ยจิงจือเก็บมือถือแล้วเดินเข้าไปหาเขา “ตอนนี้เชื่อแล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ได้โกหก”
เหลือเชื่อ
ลมหายใจของปั๋วจิ่วซือตกลงบนรายงานผล กระดาษในมือเขาสั่นระริกเล็กน้อย
นานทีจะเห็นอารมณ์ชัดเจนเช่นนี้บนใบหน้าที่ไร้ทุกข์ไร้สุขของปั๋วจิ่วซือ
เนี่ยจิงจือรู้สึกว่าเขาน่าจะชอบ เลยยื่นมือไปดึงเขา “ไปเถอะ ก่อนที่สำนักทะเบียนจะเลิกงาน”
ปั๋วจิ่วซือถูกเธอฉุดจนเซถลาไปข้างหน้า พลันได้สติ ขมวดคิ้วจ้องมือที่เธอแตะตัวเขา “ทำอะไร”
“ไปจดทะเบียนสิ หรือนายอยากให้ลูกเกิดมาไม่มีพ่อ”
“ฉันเคยบอกว่าจะให้มันเกิดหรือเปล่า”
เนี่ยจิงจือชะงักเท้า
“ในเมื่อท้องแล้ว ก็พอดีที่โรงพยาบาล เอาออกเสีย” เสียงเขาราบเรียบ “โจวเคอ จัดการผ่าตัดให้เธอ”
โจวเคอเองยังงงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เขาบ้าไปแล้วหรือ
“ปั๋วจิ่วซือ นี่ลูกในไส้นายนะ นายจะเอามันทิ้ง” เนี่ยจิงจือหมุนตัวกลับอย่างไม่เชื่อ
“ไม่งั้นเธอคิดว่ามาโรงพยาบาลทำไม”
เนี่ยจิงจือจ้องมองเขาสองวินาที พลันหัวเราะเย็น
“ดีเหมือนกัน ฉันก็ไม่อยากได้”
“เธอก็ไม่เอาเหมือนกัน” โจวเคอร้อนใจ “น้องจือจือ คิดให้ดีนะ นี่ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ...”
“ไม่เป็นไร พี่เคอ” เนี่ยจิงจือมองปั๋วจิ่วซือ น้ำเสียงสงบ “คนเลวทรามอย่างเขาที่แม้แต่ลูกตัวเองก็ไม่ปล่อย เด็กที่เกิดออกมา ก็คงจะเลวทรามเหมือนกัน”
เธอกล้าด่าปั๋วจิ่วซือได้ยังไง
โจวเคอมองไปที่สีหน้าปั๋วจิ่วซือโดยไม่รู้ตัว
เป็นไปตามคาด ย่ำแย่มาก
ปั๋วจิ่วซือไม่พูด เนี่ยจิงจือก็ขี้เกียจรอปฏิกิริยาจากเขา ยื่นมือออกมาตรง ๆ “จะให้ฉันเอาลูกออกก็ได้ หนึ่งพันล้าน”
โจวเคอหันไปด้วยความตกตะลึง “น้องจือจือ เธอช่างปากหนัก”
“สเปิร์มดี ๆ หนึ่งหลอดยังราคาเป็นสิบล้าน ตัวอ่อนที่มียีนของท่านปั๋วจิ่วซือ มันไม่ควรค่าหนึ่งพันล้านหรือ”
โจวเคอพูดไม่ออก
ปั๋วจิ่วซือมองเธอ พลันหัวเราะหึ “เลิกเสแสร้งแล้ว”
เนี่ยจิงจือเลิกคิ้ว
“อยากให้ฉันควักหนึ่งพันล้านมาช่วยบริษัทเนี่ย”
เธอชะงัก ก่อนจะหลุดขำ “ข่าวสารท่านจิ่วว่องไวจริง”
“บริษัทเนี่ยล้มละลาย เธอมาพบฉันในจังหวะพอเหมาะเช่นนี้ เดาไม่ยาก”
“ในเมื่อรู้จุดประสงค์ของกันและกันแล้ว ก็พูดมาตรง ๆ เถอะ” เนี่ยจิงจือเปิดเผย “ท่านจิ่วจะไม่แต่งกับฉันก็ได้ ยังไงฉันก็ไม่อยากแต่งกับนายอยู่แล้ว แต่ถ้านายให้ฉันเอาลูกออก ก็ต้องเอาหนึ่งพันล้านมา”
โจวเคอสะกิดปั๋วจิ่วซือ “นี่มิใช่เสียเมียแล้วเสียเงินซ้ำสองหรือ”
ปั๋วจิ่วซือไม่สนใจเขา มองเนี่ยจิงจือ “แล้วถ้าแต่งกับเธอล่ะ”
“สินสอดหนึ่งพันล้าน”
ปั๋วจิ่วซือหัวเราะเย้ย “นี่ล่ะคือเสียเมียและเสียทรัพย์”
โจวเคอเกาจมูกอย่างกระอักกระอ่วน
เนี่ยจิงจือหงุดหงิดในใจ ปั๋วจิ่วซือสารเลวนี่ มาล้อเล่นกับเธอหรือ
แต่เขาก็พูดถูก แต่งกับเธอยังต้องให้อีกหนึ่งพันล้าน สำหรับเขาล้วนเป็นการค้าขาดทุน
“หนึ่งพันล้านสำหรับประธานปั๋วไม่ใช่เรื่องยาก”
“ท่านจิ่วไม่ได้ขาดเงินแค่นี้ แต่น้องจือจือ...” โจวเคอส่งสายตาให้เธออย่างเอาเป็นเอาตาย “เธอก็ทำเหมือนเป็นเรื่องสมควรเกินไป”
เนี่ยจิงจือไม่มองเขา “ที่เป็นเรื่องสมควรก็เพราะฉันมีสิ่งรองรับความสมควรนั้น”
เธอหยิบมือถือ “แค่ฉันโทรศัพท์หนึ่งสาย เรื่องที่ฉันท้องจะถึงหูท่านปู่ปั๋วทันที ถึงตอนนั้นต่อให้ท่านจิ่วไม่แต่งกับฉัน ฉันก็เอาหนึ่งพันล้านนี่ได้”
โจวเคอหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย “งั้นทำไมเธอไม่ไปหาเขาโดยตรง”
“เกาะขาใครก็เกาะได้ทั้งนั้น แต่ฉันรู้ว่าท่านจิ่วกับท่านปู่แสดงละครกตัญญูกลมเกลียวกันอยู่” เนี่ยจิงจือเก็บมือถือ “ฉันมาหาท่านจิ่ว เพื่อแสดงจุดยืน”
โจวเคอมองปั๋วจิ่วซือแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไรอีก
ปั๋วจิ่วซือจ้องมองสำรวจเธอ
เนี่ยจิงจือก็มองเขา รอยยิ้มบนหน้าเจิดจ้า ยิ้มสดใสกว่าดอกโพธิ์ในฤดูร้อนนอกหน้าต่าง
ทันใดนั้นเขาก้าวตรงมาหาเธอ
เนี่ยจิงจือก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
เขาไม่หยุดฝีเท้า ค่อย ๆ บีบให้เธอถอยจนติดกำแพง “เธอยังรู้อะไรอีก”
“ความลับตระกูลปั๋วฉันรู้แค่นี้” เนี่ยจิงจือเงยหน้าประสานสายตาเยือกเย็นของเขา “นอกจากท่านจิ่วแล้ว ฉันไม่เคยติดต่อกับคนตระกูลปั๋วเลย เรื่องพวกนี้ท่านตรวจสอบได้”
ปั๋วจิ่วซือจ้องมองเธอสองวินาที เธอไม่หลบสายตา
เขาก้มหน้าลง ชิดใกล้ขึ้นอีก น้ำเสียงเบามาก “เธอไม่กลัวฉันหรือ”
เนี่ยจิงจือไม่ตอบ แผ่นหลังแนบกับกำแพงเย็นเฉียบ มือค่อย ๆ ลูบท้องน้อย “ฉันแค่อยากใช้เด็กคนนี้ แลกให้ท่านจิ่วช่วยบ้านเนี่ย”
บริษัทเนี่ยล้มละลายไม่ได้ นั่นคือน้ำพักน้ำแรงของพ่อเธอ
ปั๋วจิ่วซือมองจากที่สูง มองมือที่เธอวางบนท้องน้อย
“ในเมื่ออยากให้ฉันช่วย ก็แสดงท่าทางอ้อนวอนออกมา”
ได้ยินว่าปั๋วจิ่วซือไม่ชอบเงยหน้ามองคน คงเป็นท่วงท่าที่หยิ่งยโสของเธอ ทำให้เขาขัดเคือง
เนี่ยจิงจือทั้งชีวิตไม่เคยอ้อนวอนใคร ไม่รู้รสชาติเป็นอย่างไร
เพื่อบริษัทของพ่อเธอ อ้อนวอนสักครั้งก็ไม่เป็นไร
เธอยื่นมือออก ปลายนิ้วค่อย ๆ หนีบชายเสื้อเชิ้ตของปั๋วจิ่วซือ แววตาสั่นระยิบ สื่อถึงการอ้อนวอน
“ขอร้อง... ท่านจิ่ว”
โจวเคอข้าง ๆ อ้าปากค้าง เกิดอะไรขึ้น
เฝิงอู๋ขมวดคิ้ว หญิงคนนี้ช่างยืดหดได้เก่งนัก
เนี่ยจิงจือไม่รู้ว่าท่าทีนี้จะได้ผลไหม เธอพยายามลดตัวให้ต่ำที่สุด รอคอยพระพุทธองค์ตรงหน้าเอ่ยตัดสิน
เสียงที่ไร้ซึ่งความปรานีดังมาจากเหนือศีรษะเธอ
“เธอไม่ควรใช้เด็กมาข่มขู่ฉัน”