เสิ่นหวยอวี๋ยิ้มแป้น ดึงเก้าอี้มานั่ง ก่อนวางแฟ้มลงตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางดูเป็นงานเป็นการ
เธอเงยหน้ามองทั้งสามคน น้ำเสียงเนิบช้า ทว่ากลับแผ่บรรยากาศน่าเกรงขามออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ใครจะเริ่มก่อนคะ?”
ทั้งที่เป็นแค่การสัมภาษณ์งานพิเศษในร้านชานม แต่กลับถูกเธอทำให้กลายเป็นการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของบริษัทใหญ่ที่ชวนให้กดดันไปเสียได้
ผู้เข้าสัมภาษณ์ทั้งสามพลันยืดหลังตรงโดยไม่รู้ตัว แม้แต่ลมหายใจก็ยังเบาลงเล็กน้อย ไม่มีใครอยากแสดงความประหม่าให้เด็กห้าขวบเห็น
หลังสัมภาษณ์ทั้งสามคนจนครบ เสิ่นหวยอวี๋ก็จดอะไรสองสามอย่างลงในแฟ้ม จากนั้นโบกมือเล็ก ๆ อย่างใจกว้างและฉับไว
“ผลสัมภาษณ์จะแจ้งทางข้อความนะคะ ตอนนี้เชิญไปเลือกรับชานมฟรีที่หน้าร้านได้เลยค่ะ เลือกเมนูใหม่ของร้านได้ตามใจชอบ”
สรุปง่าย ๆ คือไม่มีใครมาเสียเที่ยว
ตอนผู้เข้าสัมภาษณ์เดินออกไป แต่ละคนต่างมีชานมอุ่น ๆ ติดมือไปด้วยหนึ่งแก้ว
ถึงจะยังไม่ได้งาน แต่ไม่รู้ทำไมอารมณ์กลับดีขึ้นมาอย่างประหลาด
วันรุ่งขึ้น เสิ่นหวยอวี๋ก็ตัดสินใจเลือกคนได้แล้ว
คนที่ได้รับเลือกคือหญิงสาวชื่อกู้หราน กำลังเรียนอยู่ปีสามที่เมืองเอ
เธอหน้าตาสะอาดสะอ้าน พูดจาอ่อนโยน ก่อนหน้านี้เคยทำงานในร้านชานมอื่นมาหนึ่งปี จึงชำนาญทั้งการชงชา รับออร์เดอร์ และเตรียมวัตถุดิบ
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เธอเรียนอยู่ปีสาม มีวิชาเรียนน้อย เวลาว่างเหลือเฟือ พอดีกับช่วงเวลาที่ร้านชานมมีลูกค้าแน่น
เสิ่นหวยอวี๋เขียนหมายเหตุเพิ่มเติมไว้ท้ายข้อความแจ้งผลว่า “วันเสาร์มาที่ร้านเพื่อลงนามในสัญญา อย่าลืมนำบัตรประชาชนกับบัตรนักศึกษามาด้วย ป.ล. ห้ามมาสายนะคะ เจ้านายไม่ชอบรอคน”
พอเขียนเสร็จ เธอก็อ่านทบทวนอีกครั้ง รู้สึกว่าประโยคสุดท้ายที่ว่า “เจ้านายไม่ชอบรอคน” ฟังดูมีอำนาจมาก จึงพยักหน้าด้วยความพอใจแล้วกดส่ง
ร้านชานมเพิ่งเริ่มเข้าที่เข้าทาง โรงเรียนอนุบาลก็ส่งประกาศว่าจะจัดงานนิทรรศการวิทยาศาสตร์เสียแล้ว
