คืนส่งท้ายปีเก่ามาเยือนอีกครั้ง เอ้อโหลวนั่งก่อไฟอยู่หน้าเตาดินเพียงลำพัง ในหม้อมีเนื้อหมูตุ๋นเต็มหม้อ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นพร้อมเสียงเดือดปุด ๆ
วันนี้เมื่อปีก่อน ชีวิตของเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย ท่ามกลางหิมะและน้ำแข็ง เขาคั่วเมล็ดข้าวกินประทังชีวิตอย่างยากลำบาก
บัดนี้ ในที่สุดเขาก็ได้กินเนื้อชิ้นโต
เอ้อโหลวผู้ตระหนี่และรู้จักคิดคำนวณทุกสิ่งอย่างละเอียดมาโดยตลอด ปีนี้กลับซื้อเนื้อหมูมาครึ่งซีกเป็นของฉลองปีใหม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
พอผ่านคืนนี้ไป เขาก็จะอายุ 15 ปี
ในวัย 15 ปี เขาครอบครองภูเขาปากอสรพิษหนึ่งลูก และยังมีนาชั้นดี 50 หมู่ที่เชิงเขา
หวงเหลาไฉขายนาชั้นดี 50 หมู่ที่เชิงภูเขาปากอสรพิษให้เอ้อโหลวไปหมดแล้ว
นาชั้นดีซึ่งอยู่ใกล้แหล่งน้ำเช่นนี้ ต่อให้เสนอราคา 30 ตำลึงเงินก็ยังซื้อไม่ได้ง่าย ๆ ทว่าหวงเหลาไฉขายให้เขาในราคาเพียงหมู่ละ 28 ตำลึง
50 หมู่ รวมเป็นเงิน 1,400 ตำลึง ยังคงกำหนดให้ผ่อนชำระภายใน 20 ปี ปีละ 70 ตำลึง และห้ามชำระก่อนกำหนด
เมื่อนับรวมกับเงินปีละ 40 ตำลึงที่ต้องจ่ายก่อนหน้านี้ ตลอด 20 ปีต่อจากนี้ เอ้อโหลวต้องจ่ายเงินให้หวงเหลาไฉปีละ 110 ตำลึง
หวงเหลาไฉนำเงิน 70 ตำลึงของปีนี้ไปวิ่งเต้นที่ว่าการอำเภอ แต่เงินทั้งหมดก็สูญเปล่า ยังหาทางช่วยคนออกมาไม่ได้อยู่ดี
ได้ยินว่าท้ายที่สุดหวงเหลาไฉต้องลดทิฐิ ยอมเอ่ยปากขอให้จางโหยวเหลียงช่วยเหลือ
จางโหยวเหลียงคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการอำเภอไม่น้อย พอเขาลงมือ หวงฟู่กุ้ยก็ได้ออกจากคุกจริง ๆ
ทว่าการเชิญจางโหยวเหลียงมาช่วยเหลือครั้งนี้ หวงเหลาไฉต้องจ่ายสิ่งตอบแทนมหาศาล
นั่นคือการขายที่นาที่เหลือของตระกูลหวงทั้งหมดให้จางโหยวเหลียงในราคาถูก
นับแต่นั้น ที่นาส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเส่ซีก็ตกเป็นของจางโหยวเหลียง
ทุกวันนี้ผู้เช่าที่นาทั้งหมู่บ้านต่างพากันไปบ้านท่านลุงใหญ่ บ้างก็กล่าวคำประจบ บ้างก็หอบของกำนัลมาเยี่ยมเยียน ผู้คนเดินเข้าออกไม่ขาดสายจนธรณีประตูแทบสึกกร่อน ต่างหวังเพียงจะได้เช่าที่นาดีกว่าเดิม
หลังจากเห็นชะตากรรมของหวงเหลาไฉกับตาตนเอง เอ้อโหลวก็รู้สึกถึงวิกฤตที่ปกคลุมอยู่ในใจไม่เคยจาง