หลินเชวี่ยหิ้วถุงยา เดินฉับ ๆ ไปตามถนน
เสียงเครื่องยนต์รถดังมาจากด้านหลัง
รถโรลส์-รอยซ์สีขาวคันหนึ่งค่อย ๆ แล่นเข้ามาเทียบข้างเขา
กระจกหน้าต่างเลื่อนลง เย่ชิงเฉิงยื่นหน้าออกมา
“หลินเชวี่ย นายไม่ได้พักอยู่ในชุมชนกลางเมืองด้านหลังอาคารชิงอิงหรอกเหรอ? ที่นั่นอยู่ไกลมาก รถเมล์ก็เปลี่ยนเส้นทางไปตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว ขึ้นรถฉันสิ เดี๋ยวไปส่ง”
หลินเชวี่ยหันไปมองเธอแวบหนึ่ง แต่ฝีเท้าไม่หยุด
“เธอไม่ใช่เหรอที่บอกว่าฉันกับเธอเป็นคนละทางกัน ไม่มีวันเกี่ยวข้องกัน?”
เย่ชิงเฉิงถึงกับพูดไม่ออก
หลินเชวี่ยพูดต่อ “ฉันก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับเธอเหมือนกัน เดินกลับเองได้”
พูดจบ เขาก็เร่งฝีเท้า
เย่ชิงเฉิงขับรถตามไปช้า ๆ
“นายเป็นคนที่ทำให้ฉันรู้สึกลึกลับมาก ฉันว่าตัวนายมีอะไรน่าสนใจนะ ลองทำความรู้จักกันอีกหน่อยดีไหม”
หลินเชวี่ยชะงักฝีเท้า หันไปมองเธอแล้วกระตุกมุมปาก
“เราสองคนรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว รู้เขารู้เราเสียยิ่งกว่าใคร ยังจะมีอะไรให้ทำความรู้จักอีก?”
เย่ชิงเฉิงชะงักไป
รู้ไส้รู้พุง? รู้เขารู้เรา?
วินาทีต่อมา เธอก็เข้าใจความหมาย ใบหน้าแดงลามไปถึงใบหูทันที
“หลินเชวี่ย! ไอ้โจรหื่นไร้ยางอาย!”
เธอคว้ากล่องทิชชูที่อยู่ข้างมือขว้างใส่เขา
หลินเชวี่ยเอียงหัวหลบ หัวเราะลั่น พลางหิ้วถุงยาออกวิ่งเหยาะ ๆ ไป
เย่ชิงเฉิงกัดฟันกรอดด้วยความโมโห เดิมทีคิดจะเหยียบคันเร่งขับหนีไปเสีย
แต่พอกวาดตามอง ก็เห็นคนหลายคนริมถนนกำลังจับตาดูหลินเชวี่ย
โดยเฉพาะหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกับหญิงสาวอีกคน
หญิงสาวยังดูอายุน้อย ใบหน้าติดแผ่นยา ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้ จ้องหลินเชวี่ยเขม็งด้วยสายตาอาฆาต
ข้าง ๆ มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยืนเท้าเอว ด่าพึมพำไม่หยุด ไม่รู้ว่าพูดอะไรบ้าง
ด้านหลังพวกเธอยังมีพวกนักเลงที่ว่างงานยืนอยู่อีกหลายคน
เย่ชิงเฉิงขมวดคิ้ว คลายเบรกแล้วขับตามไปช้า ๆ
