หญิงชรายิ้มอย่างมีเลศนัย “คืนนี้พวกเธอพักที่นี่ก่อน พรุ่งนี้ฉันจะบอกให้รู้
วางใจเถอะ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ง่าย ๆ ไม่เสียเวลาพวกเธอนานหรอก แล้วก็ไม่ทำให้พวกเธอบาดเจ็บด้วย”
อวิ๋นอี้ถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมต้องให้พวกเราช่วยครับ ให้คนอื่นช่วยไม่ได้เหรอ?”
“ฮ่า ๆ พ่อหนุ่ม แถวนี้ไม่มีคนอื่นแล้ว มีแค่ฉันกับตาแก่ของฉัน แล้วก็วัวกับแพะของพวกเรา ฉันไม่ได้เจอคนอื่นมานานมากแล้ว วันนี้ก็โชคดีที่ได้เจอพวกเธอ”
“คุณยายไม่กลัวว่าพวกเราจะเป็นคนเลวเหรอครับ?”
หญิงชราไม่ได้ใส่ใจ
“ฉันเหลือแค่วัวกับแพะเต็มภูเขาพวกนี้ ไม่ใช่ว่ายกให้พวกเธอหมดแล้วหรือไง พวกเธอจะฆ่าฉันด้วยหรือ?”
เสียงของหญิงชราชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อ “พวกเธอจะสมหวังดังใจ”
หญิงชราลุกขึ้น ยกเนื้อแพะที่หั่นไว้ไปใส่หม้อต้มซุป
“ฉันจะต้มซุปเนื้อแพะให้พวกเธอกิน ฝีมือต้มซุปเนื้อแพะของฉันไม่เป็นสองรองใคร อร่อยมาก พวกเธอห้ามปฏิเสธเด็ดขาด”
ซุปเนื้อแพะที่หญิงชราต้มมีน้ำซุปสีขาวขุ่น เครื่องเคราแน่น เนื้อสดอร่อยจริง ๆ
ส่วนซุปที่เหลือเอาไปต้มบะหมี่เนื้อแพะอีกหม้อก็ยิ่งสุดยอด
หญิงชรามองทั้งสามคนด้วยแววตาเปี่ยมรอยยิ้มและเมตตา
การที่อาหารฝีมือตัวเองถูกกินจนหมด คือคำยอมรับในฝีมือทำอาหารที่ดีที่สุด นางไม่ได้มีความสุขแบบวันนี้มานานแล้ว
“เสี่ยวไป๋ เสี่ยวซ่ง เสี่ยวอวิ๋น พรุ่งนี้เช้ายายจะทำให้กินอีกนะ”
หญิงชราแบกเต็นท์หลังใหญ่ออกมาจากห้อง แล้ววางไว้ในลานบ้าน
“ในบ้านสกปรกรกรุงรัง ไม่เหมาะให้พวกคนหนุ่มสาวอยู่ คืนนี้ต้องลำบากพวกเธอนอนในลานแล้วล่ะ”
ทั้งสามย่อมไม่มีความเห็น
หลังกินเสร็จ ทั้งสามแย่งกันล้างชาม หญิงชราไม่ได้ห้าม กลับเอามือไพล่หลัง เดินหลังค่อมกลับเข้าห้องไป