ไป๋หย่าอี้แอบกลอกตา มือขวาจิกนิ้วมือซ้าย พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
ผ่านไปพักใหญ่ เธอถึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แสร้งทำสีหน้างุนงงแล้วพูดว่า “อ๊ะ ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันใจลอยไปหน่อย”
สีหน้าของสวี่จื่อหยวนผ่อนคลายลง เมื่อนึกถึงสิ่งที่ไป๋หย่าอี้ต้องเผชิญ เขาคาดว่าเธอคงตกใจจนขวัญเสีย เป็นธรรมดาที่จะยังไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว
เขาพูดเสียงอ่อนโยนว่า “หย่าอี้ ไม่เป็นไรแล้ว พวกเราหนีออกมากันได้หมดแล้ว คนเลวพวกนั้นก็ถูกพวกเราฆ่าหมดแล้ว”
เฉินเหวินเคอพูดเสริมว่า “ใช่แล้ว หย่าอี้ ตอนนี้เรื่องด่วนที่สุดคือทุกคนหิวกันหมดแล้ว รีบเอาเสบียงออกมาหน่อย ให้ทุกคนรองท้องกันก่อน”
พูดจบ ท้องของอู๋ฉิงฉิงก็ส่งเสียงโครกครากรับขึ้นมาสองครั้ง
เธอลูบท้องที่แฟบแบนของตัวเอง ก่อนยิ้มเจื่อน ๆ “หิวมากจริง ๆ”
ไป๋หย่าอี้ถึงค่อยเหมือนเพิ่งได้สติ เธอพูดอย่างรู้สึกผิดว่า “อุ๊ย ขอโทษนะ คงเพราะไม่ได้กินอะไรมานาน แถมยังเครียดจัดมาตลอด ฉันเลยลืมไปแล้วว่าความหิวเป็นยังไง หรือจะหิวจนเลยจุดไปแล้วก็ไม่รู้ ฉันกลัวมากจริง ๆ ยังตั้งสติกลับมาไม่ได้เลย พอทุกคนเตือน ฉันถึงรู้สึกว่าหิวขึ้นมานิดหน่อยแล้ว”
ระหว่างพูด เธอกลั้นใจอย่างเจ็บปวด ก่อนจะค่อย ๆ หยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยใหญ่ออกมาจากมิติส่วนตัว 5 ถ้วย พร้อมน้ำ 5 ขวด
เมื่อสัมผัสได้ชัดเจนอีกครั้งว่าพื้นที่เล็ก ๆ ในมิติส่วนตัวหายไป ไป๋หย่าอี้แทบอยากกระอักเลือดออกมาตรงนั้น!
นี่แหละเหตุผลที่เธอหยิบบะหมี่แบบถ้วยใหญ่ ถ้าหยิบแบบซอง เธอก็ต้องหยิบชามกับตะเกียบออกมาอีก 5 ชุด พอเอาออกมาแล้ว ชามกับตะเกียบก็เก็บกลับเข้าไปไม่ได้!
