การตั้งแผงถ่ายรูปเป็นอาชีพที่ต้องพึ่งพาโชคชะตา
โอกาสที่จะได้เจอวันดี ๆ ตรงกับวันหยุดนั้นมีน้อยนิด ส่วนใหญ่ก็แค่ตั้งแผงรอเก้อ ผ่านไปทั้งวันอาจไม่ได้ลูกค้าสักกี่ราย
หลังจากตกตะลึงไปชั่วขณะ หญิงสาวก็รีบผงกศีรษะ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเครื่องคิดเลขรัว ๆ คำนวณยอดขายในอุดมคติที่สูงจนแม้แต่ตัวเธอเองยังอดรู้สึกผิดไม่ได้ และลังเลที่จะยื่นให้หนุ่มหล่อผู้โชคดีตรงหน้าดู "ยอดนี้ โอเคไหมคะ"
เผยจือเฮ่อตอบตกลงอย่างยินดี สแกนจ่ายเงิน แล้วรับถุงกระดาษที่ยัดแน่นมาจากมือที่สั่นเทาของเธอ
หญิงสาวยิ้มแย้มแจ่มใส ก้มโค้งส่งด้วยความนอบน้อม "แถมกระดาษอัดรูปกับปากกาสีให้ด้วยนะคะ"
ออกจากประตูข้างของสำนักงานกิจการพลเรือนมาไม่ไกล ก็เป็นบ้านเรือนสไตล์สวนซูโจว กำแพงสีชมพูและชายคาโค้งลดหลั่นซ้อนกันเป็นชั้น ๆ หน้าต่างบานเล็กมีกิ่งเมเปิ้ลเขียวขจีโผล่ออกมา
ทั้งสองเดินมาได้สักพัก เผยจือเฮ่อหยุดยืนใต้ต้นไม้ ยื่นถุงกระดาษให้เธอ
เจียงเฉียวเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ ส่ายศีรษะโดยสัญชาตญาณ "ไม่จำเป็นต้องให้ฉันหรอก..."
"เผยหร่านซื้อไว้หลายเครื่องที่บ้าน" น้ำเสียงของเขานุ่มละมุน นิ้วมือเรียวยาวสวยงามเสียดสีผ่านกระดาษแก้วที่ห่อกล้องโพลารอยด์ เกิดเสียงกรอบแกรบชวนให้นึกถึงบรรยากาศวันเฉลิมฉลอง "ตอนปีใหม่เห็นเธอเล่นแล้วรู้สึกน่าสนุกดี ผมอยากลองมาตลอด แต่ไม่เคยมีเวลา ไม่คิดว่าวันนี้จะมีโอกาสพอดี"
เขาหัวเราะเบา ๆ "ถือให้ผมก่อนได้ไหม"
เจียงเฉียวมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างเหม่อลอย
เธอกับเผยจือเฮ่อแต่งงานกันแล้ว แต่ก็เหมือนยังไม่ได้แต่ง
รูปแบบการอยู่ร่วมกับเขาดูเหมือนจะยังคงเหมือนเดิม ก่อนหน้านี้คือพี่ชายหน้าตาดีที่เลี้ยงข้าวเธอบ่อย ๆ ตอนนี้ยกระดับขึ้นเป็นผู้อาวุโสอารมณ์ดีที่โน้มน้าวเด็กดื้อได้ทุกคน
ไม่มีการปฏิเสธ ไม่มีคำพูดวกวนยืดเยื้อ มีแต่การมองความต้องการที่พูดออกมาหรือไม่ได้พูดออกมาอย่างอ่อนโยน และดูแลความรู้สึกเปราะบางของเด็กน้อยได้อย่างแนบเนียน
