“ไม่ ไม่ใช่ข้า เป็นมันต่างหากที่ล่อลวงข้า”
เขาตะโกนเสียงแหบ พลางชี้ไปยังเงาด้านหลังตน
“แยกออกมา”
หยางเฉิงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง พลางทำท่าคว้าจับไปยังเงาด้านหลังหานลี่
เจตจำนงแห่งต้นไม้ภัยพิบัติมนุษย์สั่นพ้องกับเขา รากสีเทาดำเส้นหนึ่งก่อตัวเป็นเงาพร่า พุ่งออกจากฝ่ามือหยางเฉิง แทงเข้าไปในเงาด้านหลังหานลี่โดยตรง
“จี๊ด!”
เสียงกรีดร้องแหลมบาดหู เสียดแทงถึงดวงวิญญาณดังระเบิดออกมาจากเงามืด
นั่นไม่ใช่เสียงที่สิ่งมีชีวิตใดจะเปล่งออกมาได้อย่างแน่นอน
เงามืดดิ้นพล่านบิดตัวอย่างรุนแรง พยายามหลุดออกจากหานลี่ ทว่าถูกรากเงาเส้นนั้นตรึงไว้แน่นและรัดพันจนไม่อาจขยับ
แสงสีเทาดำไหลเวียนอยู่บนรากไม้ กลืนกินพลังแห่งความปั่นป่วนบิดเบี้ยวที่แฝงอยู่ในเงามืดอย่างบ้าคลั่ง
หานลี่ส่งเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานประหนึ่งได้รับการปลดปล่อย เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ก่อนร่างจะทรุดลงกับพื้น
ทว่าสีเทาขาวแห่งความคลุ้มคลั่งในดวงตากลับเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงความเหนื่อยล้าไร้ที่สิ้นสุดกับความหวาดหวั่นภายหลัง
“เป็นอย่างที่คิด ถูกสิ่งชั่วร้ายจำพวก ‘เงาประหลาดสิงวิญญาณ’ เกาะกินจริง ๆ แถมยังเป็นมานานจนแทบจะอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เมื่อถูกกระตุ้นด้วยปราณในสถานที่แห่งนี้ เงาประหลาดก็มีพลังมากขึ้น พยายามกลับมาเป็นนายเหนือร่าง”
หยางเฉิงแค่นเสียงเย็นชา
เงาประหลาดชนิดนี้เชี่ยวชาญการซ่อนตัวและล่อลวงเป็นที่สุด กลืนกินวิญญาณของร่างที่มันสิงเพื่อเติบโต รับมือได้ยากยิ่ง
หากเขาไม่ได้ใช้พลังภัยพิบัติมนุษย์ข่มมันไว้ แล้วอาศัยรากของต้นไม้ภัยพิบัติมนุษย์บังคับแยกและกลืนกิน วิธีธรรมดาคงยากจะกำจัดมันโดยไม่ทำให้ร่างที่ถูกสิงบาดเจ็บสาหัส
เพียงไม่กี่อึดใจ เงาที่ดิ้นรนก็ถูกรากภัยพิบัติมนุษย์กลืนกินจนสิ้น กลายเป็นพลังสายหนึ่งย้อนกลับไปหล่อเลี้ยงหยางเฉิงและต้นไม้ภัยพิบัติมนุษย์
