“จุ๊ ๆ ในที่สุดก็รอจนเจอแกะอ้วนที่พอมีน้ำหนักเสียที”
ผู้บำเพ็ญมารสวมหน้ากากผีหัวเราะแหบพร่าแสบแก้วหู ดวงตาสีแดงฉานกวาดมองหยางเฉิงทั้งสามอย่างละโมบ “ไอ้เด็กอารามมรรคา ส่งกระบี่อำมหิตเล่มนั้นกับเด็กสาวคนนี้มาแต่โดยดี แล้วข้า จอมมารเจ็ดสังหาร อาจเมตตาให้พวกเจ้าตายอย่างไม่ทรมาน”
ผู้บำเพ็ญมารร่างผอมแห้งที่ถือธงหนังมนุษย์อยู่ข้างกายกล่าวเสียงเย็นเยียบ “จอมมาร เด็กหนุ่มชุดเขียวผู้นั้นดูเหมือนจะเป็นหยางเฉิงที่ทำให้ผู้อาวุโสจางเสวียนชิงบาดเจ็บ บนตัวต้องมีสมบัติล้ำค่าเป็นแน่”
ดวงตาของจอมมารเจ็ดสังหารพลันเปล่งประกายสีแดงเจิดจ้า “โอ้? ตามหาแทบพลิกแผ่นดิน ที่แท้ก็อยู่ไม่ไกลนี่เอง ลุยเลย! บุรุษดูดวิญญาณหลอมขวัญ ส่วนสตรีจับเป็น!”
สิ้นเสียง ผู้บำเพ็ญมารทั้งหกก็พุ่งเข้าใส่ราวฝูงหมาป่าหิวโหย
ธงหนังมนุษย์ แส้กระดูกขาว และดาบแยกวิญญาณ ตลอดจนของวิเศษอัปมงคลอีกหลายชิ้น ต่างปรากฏขึ้นพร้อมกัน
“รนหาที่ตาย”
สวีฝานอดทนไม่ไหวมานานแล้ว แสงโลหิตพวยพุ่งจากดวงตา กระบี่สังหารเซียนฟาดปราณกระบี่ออกมา แทงทะลุผู้บำเพ็ญมารที่กำลังโบกธงหนังมนุษย์ทันที
สำหรับเขา กระบี่สังหารเซียนคือวาสนาอันยิ่งใหญ่ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้กระบี่มาร
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าผู้บำเพ็ญมารแข็งค้างฉับพลัน เขาก้มมองรูโหว่ขนาดเท่าปากชามตรงอก ก่อนร่างจะกระเด็นถอยหลัง
“กระบี่สิบสามท่าดับสูญ”
สวีฝานหลอมรวมร่างเข้ากับแสงกระบี่ กระบวนท่ากระบี่พลันแผ่ขยาย กลายเป็นปราณกระบี่แห่งความตายสายแล้วสายเล่า
ผู้บำเพ็ญมารคนที่สองซึ่งถือแส้กระดูกขาวยังไม่ทันสะบัดแส้ไปถึงตัวสวีฝาน ลำคอก็ถูกปราณกระบี่กรีดผ่าน ศีรษะลอยขึ้นฟ้า
เจตจำนงกระบี่สังหารเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับบรรยากาศเงียบงันของหุบเหวฝังเทพ สวีฝานจึงได้เปรียบราวมัจฉาได้น้ำ ไม่มีกระบวนท่าใดต้านทานกระบี่ของเขาได้
ชั่วพริบตา ผู้บำเพ็ญมารอีกสองคนก็ถูกสังหารใต้คมกระบี่
กระบี่สังหารเซียนดื่มเลือด ยิ่งทวีความเหี้ยมโหด
