เมื่อต้องรับมือกับยอดฝีมือเช่นนี้ ย่อมปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายไม่ได้
เพียงชั่วพริบตา หยางเฉิงก็สำแดงพลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากระบี่แห่งวิถีสวรรค์
นั่นคือพลังสูงสุดของเขา กระบี่แห่งมหาวิถี!
เจตจำนงกระบี่อันเก่าแก่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ปรากฏขึ้นพร้อมพลังต้นกำเนิดแห่งเต๋าในยามฟ้าดินยังไม่เปิดออก และความโกลาหลเพิ่งแยกจากกัน
ทันทีที่กระบี่นี้ปรากฏ หมอกในเขตต้องห้ามอู๋ฮ่วนก็พลุ่งพล่านอย่างรุนแรง ราวกับไม่อาจทานทนพลังที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกใบนี้ได้
หานหมิงและเหยียนหยางตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ รู้สึกว่ากฎแห่งเต๋าในร่างแทบจะแตกสลายภายใต้เจตจำนงกระบี่นี้
ความบ้าคลั่งและจิตสังหารบนใบหน้าเฉินรั่วซวีพลันแข็งค้าง ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงอย่างถึงที่สุด “นี่มันพลังอะไรกัน?”
คำตอบที่ได้รับคือหยางเฉิงฟาดฟันกระบี่ออกไปอย่างเย็นชา
ไร้เสียงกึกก้องสะเทือนฟ้า ไร้แสงเจิดจรัสตระการตา
กระบี่แห่งมหาวิถีไร้รูปร่าง ให้ความรู้สึกราวกับระลอกคลื่นรูปกระบี่สายหนึ่งพาดผ่านร่างเฉินรั่วซวี
ร่างของเฉินรั่วซวีพลันหยุดนิ่ง
เขาเบิกตากว้าง อ้าปาก แต่กลับเปล่งเสียงใดไม่ออก
ชั่วขณะถัดมา ร่างของเขา รวมถึงความเคียดแค้นและความไม่ยินยอมที่สั่งสมมานับพันปี พลันสลายไปอย่างไร้สุ้มเสียงราวกับรูปปั้นดินที่ถูกลมพัด กลายเป็นผงธุลีนับไม่ถ้วน ปลิวกระจายไปทั่วเขตต้องห้ามอันเงียบงันแห่งนี้
นักพรตคลุ้มคลั่งเมื่อพันปีก่อน ยอดอัจฉริยะผู้เคยมีชื่อเสียงทัดเทียมหลี่เต้าอี บัดนี้ร่างกายและวิญญาณดับสูญ ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย
กระบี่แห่งมหาวิถีช่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!
กล่าวได้ว่า หากกระบี่นี้ยังสังหารเฉินรั่วซวีไม่ได้ สิ่งเดียวที่หยางเฉิงต้องทำก็คือหนีให้เร็วที่สุด
เพราะนี่คือกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา
หลังใช้กระบวนท่านี้ พลังเทพในร่างหยางเฉิงก็เหือดแห้งไปหมดแล้ว
ทว่าใบหน้าเขายังคงสงบนิ่ง สายตาหันไปยังมารเฒ่าหานหมิงและมารเฒ่าเหยียนหยางที่ตกตะลึงจนโง่งมไปนานแล้ว
มารเฒ่าหานหมิงกับมารเฒ่าเหยียนหยางทรุดกองอยู่บนพื้น มองสถานที่ซึ่งเฉินรั่วซวีสลายไป ราวกับหุ่นไม้ไร้วิญญาณ
