“เดชานุภาพเจ้าเมืองแผ่ไพศาล นครเวียนวัฏจักรจงคงอยู่ชั่วหมื่นยุค!”
ผู้บำเพ็ญชราผู้หนึ่ง ซึ่งเคยหลบหนีออกจากนครเถ้าถ่านในครั้งนั้น น้ำตารินอาบแก้ม คุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ แล้วก้มกราบอย่างหนักหน่วงไปทางเขตเมืองชั้นใน
“ฆ่ามารตนนั้นได้แล้ว ดีเหลือเกิน ท่านพ่อ ท่านแม่ ดวงวิญญาณของพวกท่านบนสวรรค์เห็นแล้วหรือไม่? เจ้าเมืองสังหารมารตนนั้นแล้ว สังหารมันได้แล้ว!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งคลุ้มคลั่งราวกับเสียสติ ทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ พลางตะโกนก้องขึ้นไปบนฟ้า
“ข้ารู้อยู่แล้ว ข้ารู้อยู่แล้วว่าการเลือกนครเวียนวัฏจักรนั้นไม่ผิด เจ้าเมืองมาเพื่อช่วยพวกเรา!”
ผู้คนมากมายโอบกอดกันร่ำไห้จนสะอึกสะอื้น
พวกเขาคือรากฐานที่มั่นคงที่สุดของนครเวียนวัฏจักร เพราะชะตาชีวิตของพวกเขาผูกพันแน่นแฟ้นกับนครแห่งนี้มานานแล้ว
กระบี่ในวันนี้ มิได้ตัดเพียงศัตรูผู้แข็งแกร่ง หากยังฟาดฟันม่านหมอกแห่งความหวาดหวั่นเสี้ยวสุดท้ายในใจพวกเขาจนแตกสลาย หล่อหลอมให้พวกเขามีศรัทธาและความภักดีอันไม่อาจสั่นคลอนต่อนครเวียนวัฏจักรและหยางเฉิง
ส่วนเหล่าผู้บำเพ็ญจากทุกสารทิศ ซึ่งภายหลังเดินทางมาที่นี่ด้วยเหตุผลนานัปการ ไม่ว่าจะเลื่อมใสในชื่อเสียงหรือแสวงหาที่พึ่งพิง บัดนี้ต่างก็มีความรู้สึกซับซ้อนยากบรรยายไม่แพ้กัน
ไม่ว่าเป็นผู้ใด ขอเพียงอยู่ฝ่ายนครเวียนวัฏจักร อารมณ์ความรู้สึกนานัปการล้วนแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นและฮึกเหิมอย่างไร้สิ้นสุด
ในหมู่พวกเขามีไม่น้อยที่เคยได้ยินชื่อเสียงอันโหดเหี้ยมของเซียนทองแห่งนครเถ้าถ่าน จึงใช่ว่าจะไม่เคยกังขาว่านครเวียนวัฏจักรจะหยั่งรากในภาคตะวันออกของพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่
ยามศัตรูผู้แข็งแกร่งประชิดเมือง บางคนถึงกับลอบเสียใจ คิดว่าตนเองขึ้นเรือโจรเสียแล้ว
