เจตจำนงกระบี่จากกระบี่หัก ผสานกับพลังเต๋าที่แผ่ออกมาจากผลึกทองข้ามเคราะห์ซึ่งกำลังลุกไหม้
ภายใต้การชักนำของพลังภัยพิบัติมนุษย์จากหยางเฉิง ทั้งสองกลับเกิดเสียงสะท้อนอันเร้นลับและหลอมรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นพลังสะกดข่มที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจกว่าเดิม
ผู้ที่ต้องรับผลกระทบเป็นกลุ่มแรกกลับไม่ใช่ตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวในส่วนลึกของวังวน
แต่เป็น “หนามกัดกร่อนกระดูกกลืนเทพ” ที่ทิ่มแทงเข้าไปในร่างของถังซิงอวี๋กับอีกสามคน และผู้ร่ายอาคมทั้งสามซึ่งเชื่อมโยงกับพวกมันอย่างอิ่งชี
ซี่ ซี่ ซี่!
หนามกระดูกสีดำบนร่างของถังซิงอวี๋ สวีฝาน อวิ๋นหลีเยว่ และหลินซิงหลาน
ส่งเสียงแหลมบาดหูทันทีที่แสงเจตจำนงกระบี่สีทองหม่นกวาดผ่าน
พลังคำสาปบนหนามกระดูกดิ้นรนบิดเบี้ยวอย่างบ้าคลั่งภายใต้แสงเจตจำนงกระบี่อันเจิดจ้า ทว่ากลับสลายไปอย่างรวดเร็ว
“พรวด”
“อ๊าก...”
แทบจะพร้อมกับที่คำสาปบนหนามกระดูกถูกขับออกไปอย่างแข็งกร้าว อิ่งชี อิ่งจิ่ว และอิ่งสือซานที่อยู่ไกลออกไปก็พ่นเลือดออกมาพร้อมกัน
แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก
“ศาสตราคำสาปประจำชีวิตของพวกเรา...ถูกทำลายไปแล้วหรือ?”
อิ่งสือซานกรีดร้องอย่างเสียสติ น้ำเสียงเจือความหวาดกลัว
เมื่อศาสตราคำสาปประจำชีวิตถูกทำลาย แรงสะท้อนกลับที่พวกเขาต้องรับย่อมถึงตาย
และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
แสงเจิดจ้ายังคงแผ่พลังต่อเนื่องไม่ลดน้อยลง พร้อมตรึงเป้าหมายไปยังอิ่งชีกับอีกสองคน
“ไม่!”
อิ่งชีคำรามอย่างสิ้นหวัง เร่งเร้าพลังที่เหลืออยู่สุดกำลัง ร่างแปรเป็นเงา หมายหลบหนีเข้าไปในความมืด
ทว่าเมื่อถูกแสงเจตจำนงกระบี่อันเจิดจ้าปกคลุม เงามืดทั้งปวงก็ไม่อาจหลบซ่อนได้
เมื่อแสงกวาดผ่าน ร่างของทั้งสามก็แข็งค้างราวกับแมลงเม่าที่ถูกตรึงไว้ รอยร้าวเล็กละเอียดนับไม่ถ้วนผุดขึ้นบนผิวกาย
