กระบี่เคราะห์ภัยปะทะเข้ากับมือยักษ์
เจตจำนงแห่งการดับสูญพลันระเบิดออก
มือยักษ์ส่งเสียงคร่ำครวญจากใบหน้านับหมื่น เมื่อสัมผัสกับแสงกระบี่ก็พลันสลายหายไปดุจโคลนจมลงสู่มหาสมุทร
พิษกระเซ็นกระทบพื้น ส่งเสียงซู่ซ่าเบา ๆ ก่อนถูกพลังแห่งวิถีเคราะห์ภัยชำระล้างในทันที
มือยักษ์หุบกำลง สิ่งที่มันกอบกุมไว้ไม่ใช่ทองหรือเหล็ก หากแต่เป็น “เหตุและผลแห่งการสิ้นสุด” และ “ชะตากำหนดแห่งการดับสูญ”
ฉึก!
กระบี่เคราะห์ภัยแทงทะลุฝ่ามือ รุกคืบประหนึ่งผ่าไผ่
มือยักษ์ระเบิดออก โลหิตโสมมแปรเป็นสายฝน ใบหน้านับหมื่นดับสูญไปพร้อมกัน
กระบี่เคราะห์ภัยพุ่งลึกเข้าไปในรอยแยก ภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยวและเลือนหายไปในชั่วพริบตา
ขอบรอยแยกปรากฏรอยร้าวสีดำดุจน้ำแข็ง รอยแยกหยุดขยายตัว ก่อนจะหดกลับเข้าด้านใน
“โฮก!”
เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังมาจากส่วนลึกของรอยแยก
เงายักษ์บิดตัว เจตจำนงอันปั่นป่วนราวอสูรร้ายบรรพกาลที่ตื่นขึ้น พกพาแรงกดดันอันเกรียงไกรดุจพลังบดขยี้ดวงดาวเข้าจู่โจม
แรงระเบิดจากเจตจำนงแผ่ไปถึงที่ใด รอยร้าวก็ลุกลามตามขอบหลุมมิติไปถึงที่นั่น
อวิ๋นหลีเยว่กับอีกสองคนซึ่งอยู่ไกลออกไป แม้จะได้รับคลื่นพลังคุ้มครองไว้ แต่จิตใจก็ยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ภาพมายาผุดขึ้นไม่ขาดสาย
“รักษาจิตไว้ให้มั่น!”
เหลียนเยว่รีบกระตุ้นจี้หยกดอกท้อ แสงใสสว่างแผ่คลุมกาย
ผมและหนวดเคราของเฉียงเหลียงชี้ชัน เงามายาผานกู่แหงนหน้าคำรามสู่ฟ้า ต้านทานการกัดกร่อนอย่างแข็งกร้าว
ใบหน้าอวิ๋นหลีเยว่ซีดขาวดุจกระดาษ นางกระอักโลหิตแก่นจันทราออกมาโปรยลงบนเงาจันทร์ แสงจันทร์พลันสว่างจ้าขึ้น ค้ำจุนกฎเกณฑ์ไว้อย่างมั่นคง
หยางเฉิงยืนนิ่งกลางห้วงเวหา วงแสงโกลาหลหมุนวนอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เงาต้นมรรคาเหนือศีรษะไหวเอน
“เศษเสี้ยวเจตจำนงแห่งกฎวิถีเล็ก ๆ ยังกล้าสำแดงอำนาจต่อหน้าข้าอีกหรือ?”
หยางเฉิงเงยหน้า ความโกลาหลในดวงตาสลายไป กลายเป็นสีลิ่วหลีอันมืดลึก
เขายกมือขวาขึ้น กางนิ้วทั้งห้า แล้วกดลงอย่างแผ่วเบาไปยังส่วนลึกของรอยแยก
“ต่อหน้าข้า หมื่นวิถีล้วนเป็นมายา มีเพียงเคราะห์ภัยเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์”
