“ข่งเหวินบาดเจ็บไม่น้อย”
ไท่อี่อีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “คนผู้นี้...ไม่สิ เจ้าสำนักหยางกลายเป็นภัยใหญ่หลวงแล้ว”
“จงประเมินแผนการทั้งหมดใหม่ทันที แล้วแจ้งอารยธรรมพุทธ มาร และมังกร รวมถึงอารยธรรมอื่น ๆ ว่าหยางเฉิงบรรลุขั้นความปั่นป่วนปฐมกาลแล้ว ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่มีต่ออารามมรรคาและอารยธรรมวิถีเทพ”
เจตจำนงโบราณเปี่ยมบารมีออกคำสั่ง แฝงความขุ่นเคืองและจิตสังหารที่ยากจะสังเกตเห็น
เดิมทีพวกเขาคิดจะดึงอารยธรรมใหม่เข้ามากดข่มพันธมิตรของหยางเฉิง กลับกลายเป็นช่วยให้หยางเฉิงทะลวงขั้น แถมยังทำให้เขาสร้างบารมีได้ในคราเดียว ส่งผลให้ทั้งอำนาจและน้ำหนักคำพูดของฝ่ายหยางเฉิงเพิ่มพูนขึ้นแทน
แดนประจิม วิหารศักดิ์สิทธิ์
บรรยากาศยิ่งประหลาดพิกล
เหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักปราชญ์ที่เดิมตื่นเต้นสุดขีดเพราะอิทธิฤทธิ์ “ครูแห่งฟ้าและมนุษย์” ปรากฏขึ้น บัดนี้ราวกับถูกบีบคอจนพูดไม่ออก ต่างยืนนิ่งงันอยู่กับที่
ความปีติยินดีและความคาดหวังบนใบหน้ายังไม่ทันจางหาย ก็ถูกความตื่นตระหนกและงุนงงเข้าครอบงำเสียแล้ว
เงามายาของเหล่าปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์สลายไป แสงเรืองรองของวิหารศักดิ์สิทธิ์หม่นลง
เหลือเพียงเสียงครางอู้อี้ของข่งเหวิน ซึ่งข่มกลั้นความเจ็บปวดและโทสะไว้ ดูคล้ายยังคงก้องสะท้อนอยู่ระหว่างเสาคานวิหาร
อิทธิฤทธิ์ที่ควรสังหาร “ผู้ท้าทายมรรคา” กลับกลายเป็นบันไดให้ฝ่ายตรงข้ามก้าวขึ้นสู่ขั้นความปั่นป่วนปฐมกาล ทั้งยังเป็นอาวุธตอบโต้
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้!”
มหาปราชญ์ผู้หนึ่งหนวดเคราสั่นระริก มรรคจิตแทบแตกสลาย
ขั้นสูงสุดที่พวกเขาใฝ่หาและเทิดทูน กลับถูกผู้เพิ่งบรรลุขั้นความปั่นป่วนปฐมกาลคนหนึ่งทำให้พ่ายแพ้
“หยางเฉิง...ขั้นความปั่นป่วนปฐมกาล”
ปราชญ์ผู้ทรงเกียรติอีกคนใบหน้าซีดขาว มองไปทางอารามมรรคาเมฆหมึกทางทิศบูรพา แววตาเผยความยำเกรงและความรู้สึกซับซ้อนที่ไม่เคยมีมาก่อน
