เงาร่างของหยางเฉิงปรากฏขึ้นเหนือค่ายกลศึกแล้ว
พลังสะกดเคราะห์ซึ่งผสานเข้ากับพลังมรรคาของศิลาผนึกเขตแดนพลันแผ่พุ่งออกมา แปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามือมหึมา ฟาดลงใส่เสาควันดำหลายสายที่พุ่งเข้าหาสวีฝานกับถังซิงอวี๋อย่างรุนแรง
ตูม!
พลังผนึกปกคลุมทั่วบริเวณ เสาควันดำอันดุร้ายหลายสายพลันชะงักงัน
ใบหน้าอันบิดเบี้ยวที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน
เสาควันดำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับต้องการดิ้นหลุด แต่กลับถูกพลังสะกดอันหนักหน่วงกดข่มไว้แน่นจนไม่อาจคืบหน้า
“เพลิงกรรม จงเผาผลาญ!”
แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของหยางเฉิง เปลวเพลิงสีขาวซีดพวยพุ่งออกจากฝ่ามือ ก่อนอาศัยพลังสะกดเคราะห์ชักนำให้ร่วงลงบนเสาควันดำที่ถูกสะกดไว้ชั่วคราว
ฉ่า ฉ่า ฉ่า!
ไอหมอกดำเหล่านั้น แม้แต่เพลิงอสนีบาตหยางอันบริสุทธิ์ก็ยังชำระล้างได้ไม่หมดสิ้น ทว่าเมื่อถูกเพลิงกรรมสีขาวซีดแผดเผา กลับส่งเสียงแสบแก้วหูและหดตัวระเหยไปอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าอันบิดเบี้ยวนับไม่ถ้วนภายในนั้นมอดไหม้สลายเป็นเถ้าธุลีในเปลวเพลิง
เหลือเพียงเศษซากเป็นริ้ว ๆ อันบริสุทธิ์ยิ่ง ทว่าเต็มไปด้วยความเงียบงันแห่งความตาย ถูกหยางเฉิงสะบัดแขนเสื้อเก็บไว้
“ศิษย์พี่”
สวีฝานกับถังซิงอวี๋คลายความกดดันลงอย่างมาก ทั้งตกใจทั้งยินดี
“สถานการณ์ในเมืองเป็นอย่างไร ต้นตอของภัยพิบัตินี้อยู่ที่ใด”
หยางเฉิงร่อนลงสู่พื้น พลางถามอย่างเร่งร้อน
“ราวสามวันก่อน จู่ ๆ ไอหมอกดำกับเงามืดเช่นนี้ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกันทั่วเมืองโดยไร้สัญญาณเตือน”
สวีฝานพูดอย่างรวดเร็ว สีหน้ายังเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “แรกเริ่มมันเพียงทำให้ผู้คนกระสับกระส่าย ผู้ที่สัมผัสถูกจะหลับใหลไม่ได้สติ
“หลังจากนั้นมันก็ทวีความร้ายกาจขึ้นเรื่อย ๆ เงามืดแปรสภาพเป็นรูปร่าง กัดกร่อนพลังชีวิต และทำให้ค่ายกลแปดเปื้อน
“ข้ากับซิงอวี๋พยายามประคองสถานการณ์อย่างสุดกำลัง แต่ภัยพิบัตินี้กัดกร่อนพลังเวทอย่างรุนแรง ค่ายกลจึงสิ้นเปลืองพลังมหาศาล อีกทั้งยังมีผู้จิตใจไม่มั่นคงถูกมันกัดกร่อนจิตใจอยู่เรื่อย ๆ บ้างคลุ้มคลั่ง บ้างสิ้นชีวิต
