“หยั่งเชิงหรือ?”
แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาหยางเฉิง
มหันตภัยทมิฬครานี้ แม้ขนาดจะใหญ่โต ทว่ากลับคล้ายเป็นการหยั่งเชิงบางอย่างมากกว่า
หยั่งเชิงพลังของเขาในยามนี้ และหยั่งเชิงปฏิกิริยาของประตูสวรรค์
ดูท่าคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดจะเริ่มนั่งไม่ติดแล้ว
“ดูท่าการตั้งรับเงียบ ๆ จะแลกมาซึ่งความสงบไม่ได้”
น้ำเสียงของหยางเฉิงเย็นเยียบ ก้องไปทั่วทั้งเมือง “มีแต่ต้องบุกขึ้นไป อัดพวกมันให้เจ็บ จึงจะแลกมาซึ่งสันติสุขที่แท้จริงได้”
“ศิษย์น้อง ถังถัง จงรวบรวมยอดฝีมือในเมืองให้พร้อม ระดมกำลังรบทั้งหมด สาวใช้โอสถ ท่านน้า เฉียงเหลียง และท่านแม่ ต่างนำทัพคนละกอง ออกศึกไปกับข้า”
“เป้าหมาย—แดนเซียน ประตูสวรรค์ทิศใต้!”
คำสั่งดุจขุนเขา ทั้งเมืองสั่นสะเทือน
แม้ทุกคนจะตกตะลึง แต่ไม่เคยมีผู้ใดเคลือบแคลงคำสั่งของหยางเฉิง
หลังพัฒนามาหลายปี พลังของเมืองหมอกพรางก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ยิ่งหยางเฉิงเพิ่งแสดงอานุภาพ ปลายนิ้วสะบัดคราเดียวก็ทำลายคลื่นทมิฬลงได้ ความมั่นใจของทุกคนจึงพุ่งทะยาน
เพียงสามวัน กองกำลังรบยอดฝีมือที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารก็รวมพลพร้อมสรรพ
หยางเฉิงเป็นแม่ทัพ หลินซิงหลานกับอีกสามคนเป็นขุนพล ส่วนสวีฝานและถังซิงอวี๋อยู่รักษาเมือง
ธงศึกโบกสะบัด ชี้ตรงสู่ฟากฟ้า
“ออกศึก!”
แสงจากตรามรรคาแห่งความโกลาหลม้วนกวาด ห่อหุ้มกองทัพทั้งหมด ก่อนแปรเป็นลำแสงแห่งความโกลาหลพาดผ่านฟ้าดิน ฉีกห้วงมิติทะยานขึ้นไป พุ่งตรงสู่ประตูสวรรค์ทิศใต้แห่งแดนเซียน
นครต่าง ๆ ล้วนตื่นตะลึง
แดนเซียน
นอกประตูสวรรค์ทิศใต้
เมฆมงคลลอยคลอเคลีย กระเรียนเซียนโบยบิน
เทพแม่ทัพเกราะทองยืนตระหง่าน ทหารสวรรค์เกราะเงินตั้งขบวนเป็นระเบียบเคร่งครัด
ทันใดนั้น ลำแสงแห่งความโกลาหลสายหนึ่งก็พุ่งทะยานเข้ามาอย่างห้าวหาญ อานุภาพดุดัน จิตสังหารแผ่คลุมทั่วท้องฟ้า ทำให้แม่ทัพสวรรค์ผู้เฝ้าประตูตกใจ รีบตีระฆังเตือนภัย
“ปีศาจจากที่ใด บังอาจล่วงล้ำแดนเซียน!”
