“หวังเต๋อจง?”
ปรมาจารย์ซุนหัวเราะเยาะ ก่อนจะไม่ชายตามองหวังเต๋อจงอีก สายตาจับจ้องหยางเฉิงต่อ “เจ้าหนุ่ม วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่า มิใช่ทุกเรื่องที่เจ้ามีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง เจ้าจะต้องชดใช้ให้กับความโง่เขลาของตนในวันนี้ด้วยราคาที่เจ้าไม่มีวันแบกรับไหว”
สิ้นเสียง เขาพลันยกมือขึ้น แสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งออกจากแขนเสื้อ ลอยค้างอยู่ตรงหน้า
สิ่งนั้นคือหยกหรูอี้สีแดงฉานทั้งชิ้น ภายในมีโลหิตไหลเวียนเอื่อย ๆ ให้เห็นราง ๆ
หยกหรูอี้มีความยาวราวหนึ่งฉื่อ รูปทรงเรียบง่ายโบราณ ปลายด้านบนสลักดอกบัวสีเลือดตูมดอกหนึ่ง แผ่กลิ่นอายประหลาดชั่วร้ายจนผู้คนใจสั่น
ทันทีที่หยกหรูอี้สีแดงปรากฏขึ้น กลิ่นอายเซียนอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งเหนือกว่ากระดองเต่าพยากรณ์ฟ้าก่อนหน้านี้มากมาย ก็ปะทุออกมาสนั่นหวั่นไหว
ราวกับสิ่งนั้นมิใช่หยกหรูอี้ แต่เป็นทะเลโลหิตผืนหนึ่งที่ปั่นป่วนด้วยวิญญาณแค้นและการเข่นฆ่าอันไร้สิ้นสุด
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมทั่วโถงชั้นในในพริบตา กระทั่งกลิ่นอายขั้นแปดของหวังเต๋อจงยังถูกพลังของหยกหรูอี้โลหิตกดข่มเอาไว้ราง ๆ
ผู้คนมากมายต่างหน้าเปลี่ยนสี จิตใจสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“นี่มันอะไรกัน?”
“กลิ่นอายช่างน่ากลัวนัก แข็งแกร่งกว่ากระดองเต่าเมื่อครู่ตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า”
“ศาสตราเซียน! นี่ต้องเป็นสมบัติล้ำค่าแห่งวิถีเซียนของจริง และยังเป็นสมบัติสังหารโดยเฉพาะด้วย”
เมื่อปรมาจารย์ซุนกำหยกหรูอี้สีเลือดไว้ในมือ บุคลิกของเขาก็เปลี่ยนไปฉับพลัน เผยความเย็นชาไร้หัวใจราวกับมองสรรพชีวิตเป็นเพียงหญ้าฟาง
เขาก้มมองหยางเฉิง ราวกับเป็นเทพมารผู้กุมชะตาความเป็นความตาย
“เจ้าหนุ่ม ลองดูให้ดีอีกครั้ง”
ปรมาจารย์ซุนแสยะยิ้ม ก่อนจะถ่ายเทพลังเซียนหยวนในกายลงสู่หยกหรูอี้สีเลือดในมืออย่างต่อเนื่อง “นี่ใช่สมบัติล้ำค่าแห่งวิถีเซียนหรือไม่?”
ตูม!
