เรือบัวร่อนลงจอด
หยางเฉิงก้าวออกมาก่อน ส่งมอบหยกพกที่บรรจุร่างกายส่วนที่เหลือของทั้งสองให้สวีฝาน ก่อนกล่าวเสียงขรึมว่า “ส่งไปยังตำหนักลับบำรุงวิญญาณ ใช้ค่ายกลหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณระดับสูงสุด หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หรือรบกวน
รวบรวมข้อมูลทั้งหมดในเมืองเกี่ยวกับการซ่อมแซมดวงวิญญาณ การหล่อหลอมกายาเต๋าขึ้นใหม่ และสมบัติล้ำค่าจากฟ้าดินมาให้ข้า”
“รับทราบ ศิษย์พี่!”
สวีฝานรับหยกพกด้วยสองมือ สัมผัสได้ถึงปราณอันอ่อนจางภายใน ดวงตาพยัคฆ์แดงก่ำเล็กน้อย ก่อนขานรับอย่างหนักแน่น
ถังซิงอวี๋รีบก้าวเข้าไปประคองอวิ๋นหลีเยว่ เมื่อเห็นว่านางแม้เหนื่อยล้าแต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ในใจก็คลายกังวลลงเล็กน้อย จากนั้นหันมองหยางเฉิง คล้ายอยากพูดแต่ก็ลังเล
หยางเฉิงพยักหน้าให้นางเบา ๆ เป็นนัยว่าไม่เป็นไร
“ศิษย์น้อง ถังถัง ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เมืองหมอกพรางเข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมรบระดับสูงสุด ภายนอกผ่อนคลาย ภายในเข้มงวด
ตำหนักเร้นลับจงดำเนินงานเต็มกำลัง สืบหาเบาะแสของหญ้าคืนวิญญาณเก้าผลัด รากต่อกระดูกหมื่นปี และหยาดน้ำค้างนิพพานหยินหยาง รวมถึงเบาะแสทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับองค์กรหุบเหว ไม่ว่าเล็กน้อยเพียงใดก็ต้องรายงานข้า”
“ส่วนภายนอก ให้ประกาศว่าภัยพิบัติจากเหวเฮยสุ่ยและทะเลดาราแตกสลายสงบลงชั่วคราวแล้ว เสวียนหมิง โลหิตอำมหิต และมือสังหารที่ซุ่มโจมตีจากสำนักกัดกร่อนกระดูกถูกกำจัดสิ้น
อีกไม่นานเมืองหมอกพรางจะจัดประชุมหมื่นเมือง เพื่อหารือเรื่องความปลอดภัยของทะเลขมและกวาดล้างมารร้าย จงส่งเทียบเชิญไปยังทุกเมืองที่มิได้สมคบคิดกับเมืองผานสือและเสวียนหมิง โดยเฉพาะนครปี้ลั่วกับหอเทียนเซียง”
“ศิษย์พี่ นี่ท่านคิดจะ...”
แววตาของสวีฝานวูบไหว
“ล่ออสรพิษออกจากถ้ำ อีกทั้งจะได้ดูด้วยว่าในทะเลขมแห่งนี้ยังมีภูตผีปีศาจซ่อนอยู่อีกมากเพียงใด และมีผู้คนที่คิดคดทรยศอยู่มากเท่าไร”
