ด่านตงหนิงแตกพ่าย กองทัพแคว้นเหยียนมุ่งหน้าบุกลึกเข้าสู่ใจกลางต้าอวี่
ท้องพระโรงแห่งนครศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในความตื่นตระหนก
อวี่รั่วซีครองอำนาจในราชสำนัก ส่วนเจียงเช่อมัวเมาในรูปโฉมสตรีและโอสถ จนราชสำนักเสื่อมทรุด
ขุนนางผู้ซื่อสัตย์มากมายถูกประหารหรือจับกุม พรรคพวกของอวี่รั่วซีจึงกำเริบเสิบสาน
ทว่าต้าอวี่สถาปนาราชวงศ์มานานนับพันปี โชคชะตาแผ่นดินยังไม่สิ้นสูญ ในราชสำนักยังมีขุนนางซื่อตรงหลงเหลืออยู่บ้าง ส่วนตามหัวเมืองก็ยังมีขุนนางมากความสามารถและแม่ทัพเก่งกล้า
แม้แคว้นเหยียนจะเปิดฉากโจมตีอย่างดุดัน แต่ต้าอวี่มีอาณาเขตกว้างใหญ่และไพร่พลมากมาย จึงยากจะเอาชนะได้ในเวลาอันสั้น
อวี่รั่วซีหาได้ร้อนใจไม่
สิ่งที่นางปรารถนาไม่ใช่การรักษาแผ่นดิน หากเป็นการทำให้แคว้นล่มจม
ยิ่งต้าอวี่วุ่นวายมากเท่าใด ความคับแค้นก็ยิ่งทวี โชคชะตาแผ่นดินยิ่งเสื่อมถอย นั่นยิ่งเป็นประโยชน์ต่อนาง
นางลอบชักใย บ้างทำให้แม่ทัพแนวหน้าพลาดโอกาสสำคัญ บ้างตัดเบี้ยเลี้ยงและเสบียงของกองทัพชายแดน ทั้งยังปลอมราชโองการโยกย้ายกองทัพที่ภักดีต่อราชวงศ์ เปิดทางให้แคว้นเหยียนรุกคืบไปทีละก้าว
ทว่าต้นไม้ใหญ่ย่อมเป็นเป้าแห่งลม
แม้การกระทำของอวี่รั่วซีในช่วงหลายปีมานี้จะลึกลับเพียงใด แต่แดนเซียนหาใช่คนตาบอดไม่
ความพ่ายแพ้ของเยี่ยนอู๋จิ้น ณ ด่านตงหนิง การพัวพันของหลินชิงอินและหมิงจิ่วซือกับเต้ากง รวมถึงโชคชะตาแผ่นดินต้าอวี่ที่เสื่อมถอยอย่างผิดปกติ ความผิดแผกเหล่านี้ในที่สุดก็ทำให้ผู้มีอำนาจบางส่วนในแดนเซียนเริ่มสนใจ
วันหนึ่ง จู่ ๆ แสงเซียนก็ทอดลงมาจากท้องฟ้าเหนือนครศักดิ์สิทธิ์
เมื่อแสงเซียนจางหาย ปรากฏสตรีเซียนผู้หนึ่งในอาภรณ์เซียนสีฟ้าน้ำทะเล ใบหน้าเย็นชางดงามไร้ที่ติ
กลิ่นอายของนางเลือนรางสูงส่ง ระดับบำเพ็ญบรรลุถึงขั้นมหาวิถีชั้นเจ็ดแล้ว อีกทั้งยังแผ่ความเที่ยงธรรมแห่งวิถีเซียนอันสง่างามจนผู้คนมิอาจล่วงเกิน นางคือเหยียนชิงจื่อ ผู้ตรวจการแห่งสำนักตรวจการณ์เซียน
นางได้รับบัญชาให้ลงมายังโลกเบื้องล่าง เพื่อลอบตรวจสอบต้นตอความผิดปกติในต้าอวี่
เหยียนชิงจื่อเข้าสู่นครศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ทำให้ราชสำนักแตกตื่น ใช้วิชาลับตรวจสอบเรื่องราวอยู่เงียบ ๆ
