“ขอรับ ท่านผู้อาวุโส”
หงเทาตอบอย่างนอบน้อม “ยืนยันเป้าหมายแล้ว เขาชื่อเฉินหยาง ขณะนี้พักอาศัยอยู่กับตระกูลหลิ่วในเขตเหนือ เบื้องหลังของเขาคือหลิ่วเม่ย ผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่กุหลาบ ดูเหมือนคนผู้นี้จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหลิ่วหว่านเอ๋อร์ บุตรสาวของหลิ่วเม่ย”
“ตระกูลหลิ่วหรือ? ก็แค่ตระกูลของผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่กุหลาบเท่านั้น”
เสียงของหญิงชราหนาวเย็น “ในเมื่อรู้แล้ว ก็จัดการเขาเสียให้สิ้นซาก จะได้ไม่ทิ้งภัยไว้ภายหน้า ลงมือให้สะอาด อย่าให้มีหลักฐานหลงเหลือ”
“ท่านผู้อาวุโสโปรดวางใจ ผู้น้อยเข้าใจแล้ว”
จิตสังหารฉายชัดในดวงตาของหงเทา
หลังตัดการสื่อสาร หงเทาก็เรียกหงฟาน บุตรชายเข้ามาทันที แล้วกำชับเสียงต่ำ “เจ้าพาคนฝีมือดีที่ไว้ใจได้ไปสักหลายคน บุกไปตระกูลหลิ่ว แล้ว ‘เชิญ’ หลิ่วเม่ยกับหลิ่วหว่านเอ๋อร์มา จำไว้ ต้องรวดเร็วและลับที่สุด ขอเพียงสองคนนั้นอยู่ในมือเรา ก็ไม่ต้องกลัวว่าเฉินหยางจะไม่ปรากฏตัว
ส่วนฐานะผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่กุหลาบของหลิ่วเม่ยนั้น ในนครเถ้าถ่านก็ปกป้องนางไม่ได้”
“ขอรับ ท่านพ่อ”
หงฟานรับคำสั่ง ใบหน้าเผยรอยยิ้มตื่นเต้นและเหี้ยมเกรียม
รัตติกาลมืดมิดราวหมึก
ลึกเข้าไปในจวนตระกูลหง หงอี้กำลังจัดการกิจการภายในตระกูล คิ้วขมวดแน่น
แม้หงเสวียน ผู้เป็นปู่จะพ้นอันตรายแล้ว ทว่ารอยร้าวภายในตระกูลที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ยังไม่สมานสนิท
โดยเฉพาะฝ่ายของหงฟาน อารองของเขา ซึ่งระยะหลังมีความเคลื่อนไหวลับ ๆ ล่อ ๆ ทำให้หงอี้รู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึก ๆ
ทันใดนั้น องครักษ์คนสนิทก็เร่งฝีเท้าเข้ามารายงาน “คุณชาย เมื่อครู่คุณชายฟานพาคนฝีมือดีกลุ่มหนึ่งออกไปทางประตูข้าง ท่าทางรีบร้อน ดูทิศทางแล้วเหมือนจะมุ่งไปยังตระกูลหลิ่วทางเหนือของเมือง”
