“คัมภีร์มรรคาเก้าชั้น สอดคล้องกับเก้าขั้นแห่งการบำเพ็ญ”
ถังซิงอวี๋ไม่สนใจเสียงฮือฮาเบื้องล่าง ยังคงกล่าวต่อ
“วันนี้ ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาหกชั้นแรกของ“คัมภีร์มรรคาเพลิงสืบทอด”ในนามประมุขอาราม สิ่งมีชีวิตทั้งปวงในพิภพหงเหมิง ไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ใด มีชาติกำเนิดเช่นไร หรือมีระดับการบำเพ็ญสูงต่ำเพียงใด ล้วนฝึกฝนได้ทั้งสิ้น”
“ส่วนเคล็ดวิชาชั้นถัดไป ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมอารามมรรคา ขอเพียงผ่านการทดสอบจิตใจ ก็จะได้รับการถ่ายทอด”
“บัดนี้ ข้าจะถ่ายทอดคัมภีร์ ทุกท่านจงสงบจิตตั้งใจฟัง”
สิ้นเสียง ถังซิงอวี๋ก็นั่งขัดสมาธิ หลับตาลง แล้วเริ่มท่องคัมภีร์
“มรรคาแห่งเพลิงสืบทอดเริ่มต้นจากสิ่งเล็กน้อย ก่อกำเนิดจากใจผู้คน โลกีย์อันกว้างไกลมีเจ็ดอารมณ์เป็นฟืน หกปรารถนาเป็นไฟ เผาผลาญแท่นวิญญาณของข้า ส่องให้เห็นตัวตนที่แท้จริง”
“ชั้นที่หนึ่ง หยั่งรู้จิตเห็นสันดานแท้ หล่อหลอมจิตในโลกีย์ ขัดเกลาสันดานผ่านเรื่องราวในโลก ท่ามกลางโลกีย์อันกว้างไกล จึงเห็นธาตุแท้ของตน”
“ชั้นที่สอง นำไฟมาจุดฟืน เมื่อจิตเกิดความรู้สึก เมื่อความคิดเคลื่อนไหว จงชักนำไฟแห่งโลกีย์มาจุดฟืนบนแท่นวิญญาณ จุดตะเกียงในใจให้สว่าง ส่องเห็นหนทางเบื้องหน้า”
“ชั้นที่สาม เปลวไฟสืบทอดต่อกัน เมื่อตะเกียงในใจสว่างแล้ว ก็จงส่งต่อเมล็ดพันธุ์แห่งไฟ ใช้ตะเกียงในใจของตนจุดไฟในใจผู้อื่น ให้เปลวไฟสืบทอดต่อกัน อารยธรรมจึงไม่มีวันดับสูญ...”
เสียงท่องคัมภีร์ไม่ดังนัก ทว่ากลับแจ่มชัดไปถึงหูของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เสียงยังทะลุผ่านค่ายกลของอารามมรรคา แผ่ไปทั่วสี่ดินแดนของพิภพหงเหมิง ผ่านขุนเขาและสายน้ำ ผ่านเมืองและหมู่บ้าน เข้าสู่หัวใจของสิ่งมีชีวิตทุกตนในพิภพหงเหมิง
ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญหรือปุถุชน ชายหญิงหรือเด็กผู้ใหญ่ สัตว์ปีกหรือสัตว์บก ขอเพียงจิตใจสัมผัสได้ ล้วนได้ยินเสียงคัมภีร์
