หยางเฉิงพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา ข่มปราณโลหิตที่ปั่นป่วนเล็กน้อยภายในกายลง
การสังหารเฉินเสวียนดูราวกับง่ายดาย ทว่าแท้จริงแล้วแฝงอันตรายไว้ถึงขีดสุด
วิธีการของเซียนนั้นพิสดารยากหยั่งถึง โดยเฉพาะเซียนสวรรค์ชั้นยอดเช่นนี้ การควบคุมกฎมหาวิถีย่อมเหนือกว่าคนธรรมดาอย่างเทียบไม่ติด
หากมิใช่เพราะรากฐานของเขาลึกล้ำ เกรงว่าผลแพ้ชนะคงยังยากจะคาดเดา
แม้เป็นเช่นนั้น เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บภายในอยู่บ้าง เซียนหยวนกัดกร่อนร่างกาย จำต้องรีบปรับลมหายใจเพื่อขจัดมันโดยเร็ว
ทว่าเวลานี้ยังมิใช่ยามปิดด่านบำเพ็ญ
หยางเฉิงกวาดตามองใบหน้าเหม่อลอยเบื้องล่างเวที ก่อนจะหยุดสายตาที่จักรพรรดิมารซึ่งเหลือลมหายใจรวยริน
เวลานี้จักรพรรดิมารเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่อยากเชื่อ ราวกับได้เห็นเรื่องเหลวไหลที่สุดและน่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก
ฉัวะ!
หยางเฉิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ฟันศีรษะจักรพรรดิมารขาดด้วยกระบี่เดียว
จากนั้นจึงหันไปมองทุกคนอีกครั้ง
แววตาของเขาสงบนิ่ง ทว่ากลับแผ่แรงกดดันหนักอึ้งประหนึ่งขุนเขา ผู้ใดสบตาล้วนหัวใจสั่นสะท้าน ก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้ามองตรง ๆ
“จักรพรรดิมารถูกประหารแล้ว เซียนก็ถูกสังหารแล้ว”
หยางเฉิงเอ่ยขึ้น “ภัยพิบัติแห่งเมืองฝาน สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้”
คำว่า ‘สิ้นสุดลง’ ประหนึ่งค้อนปิดท้าย ตอกกระแทกลงกลางใจทุกคน
สายธนูที่ขึงตึงในใจผู้คนพลันคลายลง ความอ่อนแรงและความยินดีที่รอดพ้นภัยพิบัติ ในที่สุดก็ถาโถมเข้ามาราวเขื่อนแตก
“ชนะแล้ว พวกเราชนะแล้ว”
“มารร้ายตายแล้ว เซียนก็ตายแล้ว เป็นเจ้าสำนักหยาง เป็นเจ้าสำนักหยางที่ช่วยพวกเราไว้”
“อารามมรรคา อารามมรรคาเมืองโม่ เจ้าสำนักหยางจงเจริญ!”
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตะโกนขึ้นมาก่อน จากนั้นเสียงร้องไห้และเสียงโห่ร้องยินดีก็ประสานปนเปกันไปทั่ว
หลายคนทรุดลงกับพื้น น้ำตานองหน้า บ้างก็ประคองกันพลางหัวเราะลั่น ขณะที่บางคนคุกเข่าคำนับหยางเฉิง ก้มศีรษะโขกพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
