จวนเจ้าครองเขต
บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
หลังหยางเฉิงจากไป ตู้เสวี่ยโหรวก็ทรุดกองกับพื้น เนิ่นนานก็มิอาจลุกขึ้น ใบหน้าซีดขาว
ภายในห้องลับ ซุนหย่งมีสีหน้าเขียวคล้ำ กำหมัดแน่น ก่อนจะอดคำรามเสียงต่ำไม่ได้ในที่สุด “พี่ใหญ่ หรือพวกเราจะยอมปล่อยไปเช่นนี้? หยางเฉิงเด็กนั่นรังแกกันเกินไปแล้ว นี่มันคิดจะถอนรากถอนโคนจวนเจ้าครองเขตของเรา!”
ซุนเหิงหมุนกายกลับมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาเย็นเยียบดุจอสรพิษ “รีบร้อนไปไย ไม่เป็นไร ปล่อยให้มันได้ใจไปสักพัก”
“พี่ใหญ่”
ซุนหย่งไม่เข้าใจ ทั้งยังโกรธอยู่บ้าง “ทรัพยากรที่มันเรียกร้องแทบจะเป็นสิ่งที่เราสั่งสมมานับพันปี หากปราศจากสิ่งเหล่านี้ จวนเจ้าครองเขตของเราจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร?”
แสงเย็นเยียบในดวงตาซุนเหิงยิ่งทวีความเข้มข้น “ให้มันไปเสีย บางสิ่งจะถือครองได้มั่นคงหรือไม่ ยังต้องดูว่าฟันของมันแข็งพอหรือเปล่า เจ้าคิดว่าเขตโบราณม่ออวิ๋นแห่งนี้ มีเพียงพวกเรากับอารามมรรคาสองฝ่ายจริงหรือ? หมาป่าหิวโหยทางตะวันตกที่จ้องตะครุบอยู่ ย่อมไม่ยอมมองอารามมรรคาขยายอำนาจเช่นนี้โดยไม่ทำอะไร หยางเฉิงเผยคมกริบ ทั้งยังวางอำนาจบาตรใหญ่พอดีจะช่วยดึงดูดความสนใจแทนพวกเรา
สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คืออดทนและแสร้งอ่อนแอ ปล่อยให้มันไปปะทะกับยักษ์ใหญ่ตัวจริงแห่งแดนตะวันตกเถิด รอจนมันหัวร้างข้างแตก หรือทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บกันไปทั้งคู่ เมื่อนั้นจึงเป็นเวลาที่เราจะทวงทุกสิ่งคืน ทั้งยังเอากลับมาให้มากกว่าเดิมพร้อมดอกเบี้ย”
ซุนหย่งได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปก่อน จากนั้นแววเหี้ยมเกรียมพลันวาบผ่านดวงตา “พี่ใหญ่หมายจะยืมดาบฆ่าคนหรือ?”
ซุนเหิงมิได้ตอบ เพียงมองไปทางเมืองม่ออย่างเย็นชา
“หยางเฉิง หวังว่าถึงตอนนั้นเจ้ายังจะหัวเราะออก”
อารามมรรคาเมืองม่อ
หยางเฉิงกลับมาแล้วมอบบัญชีทรัพยากรมหาศาลที่ “เรียกเอา” มาจากจวนเจ้าครองเขตให้อวิ๋นหลีเยว่กับเผยเต้าควงจัดการ
