พิภพหงเหมิง เหนือสุดแห่งนภา
รอยแยกเสริมฟ้าที่พาดผ่านขอบฟ้า กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ขอบรอยแยก ลวดลายเต๋าผืนใหญ่เริ่มแตกสลายและหลุดร่วง
ผ่านรอยแยกนั้น เรือรบข้ามพิภพหลายสิบลำที่ใหญ่โตดุจขุนเขากำลังแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เรือรบทั้งลำหล่อขึ้นจากทองเซียน สลักอักขระเซียนนับไม่ถ้วนไว้ทั่วลำ เปล่งประกายแสงเซียนเจิดจ้า ประหนึ่งดวงตะวันดวงน้อย ส่องสว่างห้วงอันว่างเปล่าไร้ขอบเขต
ที่หัวเรือ ธงศึกโบกสะบัด มีอักษรโบราณเรียบง่ายสองคำเขียนไว้ว่า “ตันเสีย”
เขาตันเสีย หนึ่งในสถานบำเพ็ญเต๋าสูงสุดแห่งแดนเซียน กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดใต้บัญชาของเซียนจุนจิ่วเสวียน ยกพลออกมาทั้งหมด
เรือรบลำหน้าสุดสูงตระหง่านหมื่นจั้ง มีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ที่หัวเรือ
คนผู้นั้นสวมเกราะเซียนสีทอง ไพล่มือไว้ด้านหลัง สีหน้าเรียบเฉย แววตาเย็นชา เป็นร่างจริงของเสวียนเจิน
เบื้องหลังเขามีเงาร่างสิบเอ็ดคนยืนเรียงกัน แต่ละคนมีปราณกว้างใหญ่ดุจมหาสมุทร วงล้อเต๋าหมุนวนอยู่หลังศีรษะ เห็นได้ชัดว่าเป็นเซียนทองอีกสิบเอ็ดคนแห่งเขาตันเสีย
ถัดไปด้านหลังมีทหารเซียนและขุนพลเซียนหลายหมื่นนายตั้งขบวน ไอสังหารทะยานเสียดฟ้า ก่อกวนห้วงอันว่างเปล่าไร้ขอบเขตจนเดือดพล่าน
เมื่อพลังเหล่านี้รวมเป็นหนึ่ง ก็แผ่แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
แม้จะมีรอยแยกเสริมฟ้าคั่นอยู่ ก็ยังทำให้พิภพหงเหมิงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฟ้าดินหม่นแสง สรรพชีวิตหวาดผวา
“นั่นคืออะไร?”
“กองทัพจากแดนเซียน!”
“มากมายเหลือเกิน เซียนตั้งมากมาย แล้วยังมีเรือรบพวกนั้นอีก”
“มหันตภัยที่แท้จริงมาเยือนแล้ว”
เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเทพดั้งเดิมของเซียนที่ลงมาเหมือนคราวก่อน
แต่เป็นกองทัพจากแดนเซียนที่แท้จริง
สรรพชีวิตนับไม่ถ้วนในพิภพหงเหมิงเงยหน้ามองฟ้า มองกองทัพแดนเซียนอันกว้างใหญ่ดุจทางช้างเผือก แต่ละคนหนาวเยือกไปทั้งร่าง
