ตูมสนั่น!
เหนือเวหาพลันแปรเปลี่ยนสี
ฝ่ามือใหญ่สีม่วงทองแผ่คลุมรัศมีพันจั้ง ราวกับจะบีบขยี้ฟ้าดินผืนนี้ไว้ในอุ้งมือ
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวบิดเบือนมิติห้วงอากาศ ภูเขาเบื้องล่างพังทลายลงอย่างไร้เสียง สายน้ำไหลย้อนกลับ ประหนึ่งวันสิ้นโลกมาเยือน
“พวกมดปลวก การได้ตายด้วยฝ่ามือพิชิตนภาของข้า นับเป็นเกียรติของพวกเจ้าแล้ว”
เซียนเร้นลับอาภรณ์ม่วงเอ่ยเสียงเย็นชา จิตสังหารในดวงตาพลุ่งพล่าน
ความตายของศิษย์น้องทำให้เขาเดือดดาลจนถึงขีดสุด ถึงกับยอมเผาผลาญพลังเซียนหยวนเพื่อสังหารทั้งสามคนให้ได้
“ฮึ!”
หยางเฉิงกับถังซิงอวี๋ลงมือพร้อมกัน
คนหนึ่งมีแสงสีทองหมุนวนรอบกาย ใช้โลกจิตแสงวาบ อีกคนอาภรณ์ขาวพลิ้วไหว โคจรโลกจิตแห่งกาลเวลา
ชั่วพริบตา ความเร็วของทั้งสองก็พุ่งถึงขีดสุด กลายเป็นลำแสงสีทองและสีขาว พันวนรอบเซียนเร้นลับอาภรณ์ม่วงประหนึ่งปลาคู่หยินหยางในแผนภาพไท่จี๋
“เคร้ง เคร้ง เคร้ง...”
เสียงโลหะกระทบกันถี่ยิบดังก้องไปทั่วฟากฟ้า
กระบี่จักรพรรดิมนุษย์กับริมฝีปากแต้มชาดแปรเปลี่ยนเป็นเงากระบี่นับไม่ถ้วน โจมตีเซียนเร้นลับอาภรณ์ม่วงจากทุกทิศทาง
สีหน้าของเซียนเร้นลับอาภรณ์ม่วงเปลี่ยนไปเล็กน้อย จำต้องเรียกฝ่ามือพิชิตนภากลับมา แล้วเปลี่ยนเป็นตั้งรับ
เขาประสานมุทราด้วยมือขวา อักขระสีม่วงทองนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นรอบกาย
แสงกระบี่ปะทะกับอักขระ เกิดประกายไฟเจิดจ้าบาดตา
“บัดซบ!”
เซียนเร้นลับอาภรณ์ม่วงยิ่งเดือดดาล
เขากระทืบเท้าลงอย่างแรง โซ่สีม่วงทองเก้าเส้นพุ่งออกมาจากห้วงอากาศ รัดพันทั้งสองคนประหนึ่งอสรพิษว่องไว
โซ่เหล่านี้ไม่ธรรมดา หากถูกพันธนาการ ต่อให้มีอิทธิฤทธิ์สะเทือนฟ้าก็ยากจะดิ้นหลุด
“ขาด!”
สวีฝานซึ่งยืนนิ่งมาตลอดพลันลงมือ กระบี่มารตวัดเป็นเส้นโค้งสีดำสนิท
