หยางเฉิงแค่นเสียงเย็นชา พลังแห่งโลกในใจพลันสั่นสะเทือนเล็กน้อย
“ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!”
เสียงทึบหนักดังขึ้นสี่ครั้ง ยอดฝีมือขั้นสองและสามทั้งสี่คนราวกับถูกค้อนยักษ์ที่มองไม่เห็นฟาดใส่ ร่างระเบิดตายพร้อมกัน เลือดสาดย้อมหน้าผา
ชั่วพริบตา บนยอดเขาก็เหลือเพียงหลัวเหมี่ยวที่ทรุดหมดแรงอยู่กับพื้น กับหยางเฉิงซึ่งยืนสงบนิ่ง มือไพล่หลัง อาภรณ์สีครามไร้ฝุ่นจับ
หยางเฉิงเดินไปหยุดตรงหน้าหลัวเหมี่ยว มองลงมาอย่างกับกำลังทอดสายตาดูมดปลวกตัวหนึ่ง
“ซุนเหิงคิดเล่นงานข้า แต่ตัวเองกลับไม่ลงมือ ส่งพวกเจ้าให้มาเป็นแพะรับบาป พวกเจ้าก็ช่างโง่เขลานัก ถึงยอมเป็นดาบให้เขา”
เสียงของหยางเฉิงทำให้หลัวเหมี่ยวราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง
ส่วนซุนเหิงกับซุนหย่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ คอยจับตาดูทุกอย่างผ่านวิชากระจกวารี บัดนี้ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นชุ่มแผ่นหลัง
แผนสังหารที่พวกเขาวางไว้อย่างประณีต กลับพังทลายไม่เป็นท่าเมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันเหนือชั้น
ถ้วยหยกในมือซุนเหิงถูกเขาบีบจนแหลกคามือ
อีกด้านหนึ่ง
หลัวเหมี่ยวทรุดหมดแรงอยู่กับพื้น มองหยางเฉิงที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเคียดแค้น “หยางเฉิง ข้าฟังไม่เข้าใจว่าเจ้าพูดอะไร”
แววตาของหยางเฉิงเย็นชาไม่ต่างจากน้ำแข็งที่เยือกเย็นมานับหมื่นปี “ฟังไม่เข้าใจหรือ?”
เขาไม่ถามอะไรต่อ และคร้านจะพูดให้มากความ
สำหรับศัตรูที่ผูกแค้นถึงตาย ทั้งยังไร้ค่าเช่นนี้ เขาไม่มีวันปรานีแม้แต่น้อย
ชั่วพริบตา เขาก็ฟาดกระบี่ออกไป
“ไม่...”
รูม่านตาของหลัวเหมี่ยวหดเล็กลง เขากรีดร้องอย่างสิ้นหวังถึงขีดสุด
เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าหยางเฉิงจะเด็ดขาดถึงเพียงนี้ ไม่เปิดโอกาสให้ซักถามหรือต่อรองแม้แต่น้อย กลับลงมือปลิดชีพเขาทันที
“ฉัวะ!”
เสียงเบา ๆ ดังขึ้น เสียงกรีดร้องของหลัวเหมี่ยวพลันขาดห้วง ศีรษะของเขากระเด็นออกไป
