“เจ้าหนู ข้าคือเผยเต้าควงแห่งอารามมรรคา หากคิดท้าประลอง ก็ต้องผ่านด่านข้าผู้นี้ไปก่อน”
เกาหลิงเยว่กวาดตามองเผยเต้าควง ก่อนประสานมือคารวะเล็กน้อย “ที่แท้คือผู้อาวุโสเผย ผู้น้อยเกาหลิงเยว่ ขอรับคำชี้แนะ”
แม้จะรักษามารยาทครบถ้วน ทว่าความหยิ่งทะนงที่ฝังอยู่ในกระดูกกลับไม่ลดน้อยลงแม้แต่นิด
“ฮึ ดูกระบวนท่า!”
เผยเต้าควงไม่พูดพร่ำทำเพลง คำรามลั่น พลังปราณเพลิงร้อนแรงปะทุออกจากทั่วร่าง ก่อเป็นภาพธรรมสิงโตเพลิงยักษ์ ก่อนพุ่งเข้าใส่เกาหลิงเยว่พร้อมเสียงคำราม
เปิดฉากมาก็ใช้วิชาลับอันเลื่องชื่ออย่าง ‘หมัดราชันสิงห์เผาสวรรค์’ หมัดแผดเผาร้อนแรงจนมิติยังบิดเบี้ยว เห็นได้ชัดว่าเดือดดาลจริง หวังปิดฉากการต่อสู้โดยเร็ว
เมื่อเผชิญการโจมตีอันดุดันนี้ เกาหลิงเยว่กลับไม่หลบเลี่ยง รอจนสิงโตเพลิงยักษ์พุ่งมาถึงตรงหน้า จึงชักดาบออกฉับพลัน
เคร้ง!
ดาบทองชักออกจากฝัก แสงดาบวาบราวห่านป่าตื่นบินผ่าน ส่องสว่างทั่วลานในพริบตา
ได้ยินเพียงเสียงฉีกขาดแผ่วเบา
ภาพธรรมสิงโตเพลิงอันน่าเกรงขามกลับถูกฟันแยกเป็นสองซีกด้วยดาบเดียว พลังปราณเพลิงที่บ้าคลั่งพลันสลายมอดดับ
เผยเต้าควงครางอู้อี้ ถอยเซไปหลายก้าว เสื้อคลุมตรงอกถูกปราณดาบคมกริบกรีดเป็นรอย เลือดซึมออกมา
ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ วิชาลับที่ฝึกฝนอย่างหนักมาหลายปี กลับพ่ายแพ้แก่คู่ต่อสู้ได้อย่างไร
“ขออภัยที่ล่วงเกิน”
เกาหลิงเยว่เก็บดาบเข้าฝัก สีหน้าเรียบเฉย
หลิ่วชิงชิงที่อยู่ด้านข้างปรบมือพลางยิ้ม “วิชาดาบห่านป่าตื่นของศิษย์พี่บริสุทธิ์ล้ำลึกยิ่งขึ้นแล้ว”
ผู้คนจากอารามมรรคาเห็นดังนั้น ต่างพากันหน้าเปลี่ยนสี
พลังฝีมือของเผยเต้าควงจัดอยู่ในห้าอันดับแรกของอารามมรรคา ถึงกับรับดาบของอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่ดาบเดียวหรือ
พลังของจอหงวนยุทธ์ผู้นี้ช่างลึกล้ำเกินหยั่งถึง
ใบหน้าเผยเต้าควงเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว ทั้งอับอายทั้งเดือดดาล ทว่าก็พูดอะไรไม่ออก เมื่อฝีมือสู้ผู้อื่นไม่ได้ ยังจะกล่าวสิ่งใดได้อีก
