เปลวเพลิงเต้นระริก แผ่ความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
เมื่อเขาผลักฝ่ามือทั้งสองออกไป เปลวเพลิงกลุ่มนั้นก็ขยายตัวฉับพลัน กลายเป็นทะเลเพลิงโหมซัดปกคลุมฟ้าดิน มุ่งเข้ากลืนกินอวิ๋นจิ่งหวยและเหล่าคนจากอารามมรรคาที่อยู่เบื้องหลัง
ทุกแห่งที่เปลวเพลิงเคลื่อนผ่าน ห้วงอากาศล้วนบิดเบี้ยว อานุภาพน่าหวาดหวั่น
เฉินชิงชิง เผยเต้าควง และคนอื่น ๆ ต่างสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เปลวเพลิงนี้มิใช่ไฟธรรมดาโดยแท้
“หึ”
อวิ๋นจิ่งหวยแค่นเสียงเย็นชา ก่อนลงมืออย่างเด็ดขาด
จิตต่อสู้และไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งปะทุออกจากร่าง ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงเสียอีก
ทว่าเป็นความร้อนที่มิได้เกิดจากอุณหภูมิ หากเป็น “ความร้อน” แห่งเจตจำนง เป็น “ความร้อน” ของทัพนับพันนับหมื่นที่ทะยานเข้าปะทะ ฝ่าดงศึกจนโลหิตย้อมสมรภูมิ ก่อกำเนิดเป็นพิชิตทัพ
“ทะลวง!”
อวิ๋นจิ่งหวยเอ่ยวาจาสัจจะ ก่อนแทงทวนออกไป
เจตจำนงทวนพิชิตทัพที่ควบแน่นถึงขีดสุด ฉีกทะเลเพลิงทั่วฟ้าได้อย่างง่ายดาย พุ่งเข้าใส่มารเฒ่าเผาสวรรค์ด้วยอานุภาพน่าตื่นตะลึง
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้ามารเฒ่าเผาสวรรค์แข็งค้างฉับพลัน แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก
เขารู้สึกได้ว่าวิญญาณของตนถูกทวนเล่มนี้จับจ้องไว้แล้ว
“เพลิงเซียนเก้าเสวียน!”
มารเฒ่าเผาสวรรค์ตื่นตระหนกสุดขีด เปลวเพลิงมารทั่วร่างหลั่งไหลมารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง ก่อเป็นโล่เพลิงรูปอสรพิษเก้าเศียรเบื้องหน้า
แน่นอนว่าในสายตาของผู้บำเพ็ญมาร พวกเขาคือผู้บำเพ็ญเซียน แต่ในสายตาของคนอื่น พวกเขากลับเป็นผู้บำเพ็ญมาร
ตูม!
ประกายทวนพุ่งกระแทกโล่เพลิงมารอย่างรุนแรง
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น โล่เพลิงมารสั่นสะเทือนอย่างหนัก อสรพิษเก้าเศียรส่งเสียงขู่คำรามแผ่วเบา
ทว่าเพียงชั่วครู่ อสรพิษเก้าเศียรก็ระเบิดตูม ไม่อาจต้านทานการโจมตีของอวิ๋นจิ่งหวยได้แม้แต่น้อย
มารเฒ่าเผาสวรรค์ครางอู้อี้ ร่างปลิวถอยไปหลายร้อยจั้ง ก่อนฝืนทรงตัวไว้ได้ มุมปากมีโลหิตไหลซึม เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
เขาทรงตัวแล้วมองอวิ๋นจิ่งหวยด้วยทั้งความตื่นตะลึงและโกรธเกรี้ยว แววตาไร้ซึ่งความดูแคลนอีกต่อไป เหลือเพียงความหวาดระแวงและไม่อยากเชื่ออย่างลึกล้ำ
