บทที่ 2 สาวห้าวในแก๊งเพื่อน (2)
เฮ่อวี้เหิงหัวเราะเยาะ “คิดอะไรอยู่ เธอเป็นแค่เพื่อนสนิทฉัน”
“ถึงหน้าตาจะสวย แต่จริง ๆ แล้วนิสัยเหมือนผู้ชาย ไม่มีพิธีรีตอง เข้ากับคนง่าย”
“ยังเรียกแท็กซี่ไม่ได้ใช่ไหม” เฮ่อวี้เหิงหยิบมือถือขึ้นมาโทรเรียกคนขับรถของที่บ้าน “รออีกสักพัก เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ขอบคุณค่ะ” หลวนเค่อเค่อหน้าแดง
ทั้งสองคนเงียบไปนานพักใหญ่
ตอนนี้เองเฮ่อวี้เหิงก็อดนึกถึงเวินจือหนิงขึ้นมาไม่ได้ ถ้าเธออยู่ด้วยก็คงไม่เงียบเหงาแบบนี้ เพราะปกติเธอจะพูดจ้ออยู่ข้าง ๆ เขาไม่หยุด
ว่าไปแล้ว เขากับเวินจือหนิงก็รู้จักกันมาหลายปีแล้ว
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งคู่อยู่ห้องเดียวกัน คบหากันไปมา ก็เลยสนิทกัน เวินจือหนิงเป็นคนร่าเริงจริง ๆ อยู่ด้วยแล้วไม่มีอะไรให้อึดอัด
คนขับรถของที่บ้านเอารถมาจอดให้
เฮ่อวี้เหิงเปิดประตูขึ้นไปนั่ง หลวนเค่อเค่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขึ้นมานั่งข้างเขา
【เป็นยังไงบ้าง? อยู่ด้วยกันแล้วเป็นไง?】
ข้อความจากเวินจือหนิงเด้งขึ้นมาบนมือถือ เฮ่อวี้เหิงเองก็พลอยลืมบอกคนขับรถว่าจะไปไหน นิ้วมือจิ้มตอบลงไปบนหน้าจอว่า:
【ค่อนข้างเงียบ】
เห็นคนขับรถขับไปคนละทางกับบ้านลูกค้า หลวนเค่อเค่อร้องขึ้นมา ดูเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็เงียบไป
เฮ่อวี้เหิงเพิ่งเงยหน้าขึ้นมา บอกคนขับ “อย่าเพิ่งกลับบ้าน”
“ว่าแต่ไปไหน” เขาหันไปมองหลวนเค่อเค่อ
หลวนเค่อเค่อบอกที่อยู่มา คนขับไปถึงจุดกลับรถก็เลี้ยว
บนรถเงียบไปนาน ได้ยินแค่เสียงเฮ่อวี้เหิงพิมพ์ข้อความกับเสียงหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งคราว
【ทำไมนายเอาแต่ส่งข้อความมาคุยกับกู? คนอื่นไม่ได้อยู่บนรถกะนายหรอกนะ ไปคุยกับเขาบ้างสิ】
【ไม่ไหวก็ให้พ่อกูอย่างกูไปจัดการ】
เฮ่อวี้เหิงค่อย ๆ พิมพ์สามคำ:【อย่ายุ่งน่า】
รถมาถึงที่หมายที่หลวนเค่อเค่อบอกไว้อย่างรวดเร็ว
เธอก้าวลงจากรถ หันไปบอกกับชายหนุ่มในรถที่นั่งไขว่ห้าง ท่วงท่าผ่อนคลาย มุมปากยกยิ้มน่าหลงใหลว่า:
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เลี้ยงข้าวฉันมื้อนึงก็แล้วกัน” เขาพูดเหมือนกำลังคุยกับเพื่อนสบาย ๆ
“งั้น พรุ่งนี้เจอกันนะคะ” หลวนเค่อเค่อหัวใจเต้นแรง กระทั่งรถหายลับไป เธอถึงหันกลับเข้าไปในบ้านลูกค้า
ถึงแม้จะต้องเจอกับคำเยาะเย้ยถากถางและความยากลำบาก แต่การได้รู้จักกับผู้ชายดี ๆ อย่างเฮ่อวี้เหิงก็คุ้มแล้ว
ที่ไปบาร์เมื่อคืนน่ะถูกแล้วจริง ๆ
ดูจากการแต่งตัวของเฮ่อวี้เหิงก็รู้ว่าไม่ธรรมดา ทุกอิริยาบถล้วนแฝงไว้ด้วยความสง่างามและเป็นกันเอง
อีกอย่างตอนที่เขามาขอเบอร์เธอ เขายังแนะนำตัวว่าชื่อเฮ่อวี้เหิง
เฮ่อ
นามสกุลนี้ หลวนเค่อเค่อเคยได้ยินตอนไปสอนพิเศษให้ลูกเศรษฐี แถมยังเคยหาข้อมูลด้วย
ตระกูลเฮ่อที่มีชื่อเสียงในเมือง A
ถึงแม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าเฮ่อวี้เหิงเป็นใคร แต่ก็ต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลเฮ่อแน่นอน
ถ้าได้เกาะผู้ชายแบบนี้ เธอจะยังต้องไปติวหนังสือให้คุณหนูคุณชายจอมดูถูกอีกไหม?
คิดได้ดังนั้น หลวนเค่อเค่อก็หายใจถี่รัว ถึงขนาดทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเยาะเย้ยของคนอื่น
-
วันต่อมา
เวินจือหนิงไปทำงาน
เมื่อวานเธอเพิ่งได้งานใหม่ ก็เลยชวนเฮ่อวี้เหิงกับพวกอีกสองสามคนไปสนุกกันสักคืน
ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
เห็นลูกค้าเข้ามา เวินจือหนิงก็ออกไปต้อนรับ “ยินดีต้อนรับค่ะ”
เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเฮ่อวี้เหิงพาหลวนเค่อเค่อเดินเข้ามา ทำหน้าตายกคิ้วให้เธอ
เขามองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้ววิจารณ์ว่า “ชุดนี้ไม่เหมาะกับเธอเอาซะเลย”
ชุดพนักงานน่าเกลียดจะตาย ก็แค่อาศัยที่เวินจือหนิงหน้าตาดีถึงใส่แล้วดูดีขึ้นมาเท่านั้นเอง
อีกอย่างเฮ่อวี้เหิงก็คิดว่า เธอไม่สมควรใส่เสื้อผ้าแบบนี้เลย
ทำไมถึงคิดสั้นมาทำงานหนักแบบนี้ก็ไม่รู้
“แกล้งหาเรื่องกูใช่ไหม” เธอขู่เบา ๆ “ไม่อยากกินก็ไสหัวออกไป”
“ทำกับลูกค้าอย่างกูแบบนี้ ระวังกูร้องเรียนนะ เบอร์พนักงานอะไร”
หลวนเค่อเค่อสังเกตเห็นเธอตั้งแต่เข้ามาแล้ว รู้ว่าเธอคือผู้หญิงที่นั่งข้างเฮ่อวี้เหิงที่โต๊ะเมื่อคืน ดูสนิทสนมกันดี
ตอนนี้ทั้งสองคนพูดคุยกันพลางพากันเดินเข้าไป หลวนเค่อเค่อพยายามจะสอดบทสนทนาอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร
ขณะเดียวกันหลวนเค่อเค่อก็แอบดูถูกเวินจือหนิงอยู่บ้าง
หน้าตาสวยขนาดนี้ แต่กลับมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟแบบนี้ คงจะไม่ได้เรียนสูง ไม่มีความรู้อะไร
“นี่เมนูค่ะ” เวินจือหนิงพาทั้งสองนั่งลง แล้วยื่นเมนูให้เฮ่อวี้เหิง แต่ตอนที่เขากำลังยื่นมือมารับ เธอกลับเลื่อนส่งไปให้หลวนเค่อเค่อแทน
“ผู้หญิงมาก่อน ไอ้พวกผู้ชายนี่ไม่รู้จักให้เกียรติผู้หญิงเลยจริง ๆ” เวินจือหนิงถลึงตาใส่เฮ่อวี้เหิง
“คุณพี่คะ เชิญสั่งเลย อยากกินอะไรก็สั่ง ให้ดีก็ดูดเงินในกระเป๋าเขาให้เกลี้ยงเลย”
“คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาพามากินข้าวด้วยนะเนี่ย”
“นั่นก็เพราะวันนี้คุณเพิ่งมาทำงานที่นี่” เฮ่อวี้เหิงเอามือเท้าคาง มองเวินจือหนิง “งั้นที่ผมเคยพาคุณไปกินข้าวที่ร้านอาหารก่อนหน้านี้นับเป็นอะไร”
“กูเป็นพ่อมึงน่ะสิ ถึงไม่นับไง” เวินจือหนิงกลอกตา
“หมั่นไส้คนอย่างมึงจริง ๆ ถึงได้มากินข้าวกับผู้หญิงนุ่มหอมน่ากอดแบบนี้ได้”
หลวนเค่อเค่อถูกพูดจนเขิน ถามเวินจือหนิงว่า “จริงเหรอคะ”
เป็นคนแรกจริง ๆ เหรอ?
เวินจือหนิงเข้าใจสิ่งที่เธออยากถาม พยักหน้า “แน่นอนสิ เมื่อคืนกูให้เขาไปขอเบอร์คุณ เขารีบไปทันทีเลยนะ ดูก็รู้ว่ามีใจ”
หลวนเค่อเค่อเขินจนเม้มปาก
“สั่งอาหารสิ” เห็นเธอก้มหน้าเหม่อ ไม่ยอมสั่ง เฮ่อวี้เหิงเร่ง
เขาตื่นตั้งแต่เช้าแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเลย
“ดุอะไร” เวินจือหนิงปกป้องหลวนเค่อเค่อทันที “นิสัยแบบนี้สมควรโสดแล้ว”
“คุณพี่อย่ากลัวนะ อยากกินอะไรก็สั่งเลย”
หลวนเค่อเค่อต่อหน้าเฮ่อวี้เหิงต้องรักษาภาพลักษณ์ประหยัดอดออม ไม่ฟุ่มเฟือย เลยสั่งไปแค่สองอย่าง
เวินจือหนิงกลั้นหัวเราะไม่อยู่ หลุดหัวเราะออกมา
ตอนที่หลวนเค่อเค่อมองมาอย่างงง ๆ เวินจือหนิงก็หัวเราะโบกมืออธิบาย:
“เปล่าหรอก แค่รู้สึกว่าผู้หญิงเวลาเจอหน้าผู้ชายนี่ชอบแอ๊บว่ากระเพาะเล็กนะเนี่ย สองอย่างนี่อิ่มจริงเหรอ ไม่เหมือนกูเลย อยากกินอะไรก็กิน ไม่ต้องเสแสร้ง”
เสียงหัวเราะของเธอเบาหวิว แต่ว่าหลวนเค่อเค่อรู้สึกว่ามันแฝงความเย้ยหยัน
“จริงด้วย ทุกทีที่ออกมากับเธอ เธอสั่งเต็มเลย” เฮ่อวี้เหิงมองเธอ “มากินข้าวกับเธอนี่กระเป๋ากูถึงจะแฟบ”
เวินจือหนิงตีเขาเบา ๆ “กูกินเยอะจะได้มีแรงปกป้องผู้หญิงไง มึงเข้าใจอะไร”
“มึงจะสั่งอะไร รีบ ๆ สั่งมา”
“ท่าทางการทำงานของเธอนี่นะ” เฮ่อวี้เหิงยียวน “เดี๋ยวฉันจะร้องเรียนเธอ”
“กลัวมึงไม่ร้องเรียนสิ” เวินจือหนิงก้มตัวลงมาข้างหน้าเขา ดึงปกเสื้อตัวเองให้ดูป้ายชื่อที่อก ซึ่งเขียนเบอร์พนักงานไว้
“เร็ว จดไป”
ชุดพนักงานของเธอเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว ตอนนี้พอเธอดึงแบบนั้น สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาเฮ่อวี้เหิงก็คือเรือนร่างข้างในที่โผล่ผลุบ ๆ โผล่ ๆ วับ ๆ แวม ๆ บางทีก็ถูกเสื้อบัง บางทีก็เกือบเห็นเมื่อเธอดึงเสื้อไปด้านหน้า
เฮ่อวี้เหิงมองปราดเดียวก็รีบเบือนสายตาหนี
เวินจือหนิงยืดตัวขึ้น “มึงไม่ดูเองนะ”
ตอนนั้นเองเจ้าของร้านเรียกให้เธอไปรับออร์เดอร์อีกโต๊ะ เธอถือเมนูเดินจากไป
หลวนเค่อเค่อมองตามแผ่นหลังของเธอไป แล้วรีบพูดว่า “ทำไมเธอไม่รับออร์เดอร์ให้คุณล่ะคะ แค่นี้ไม่พอหรอก”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเธอจัดการให้ผมเอง รู้น่าว่าผมกินอะไร” เขาตอบไปอย่างเหม่อลอย
หลังจากสั่งอาหารให้เฮ่อวี้เหิงแล้ว เวินจือหนิงก็ส่งรายการให้ครัว แล้วก็ไปรับออร์เดอร์อีกโต๊ะหนึ่ง
ตามที่เจ้าของร้านบอก ว่าเธอสวย แค่ยืนตรงนั้นก็ทำให้ผู้ชายสั่งอาหารเพิ่มได้
เพราะอยากแสดงให้เห็นว่าตัวเองรวยและใจกว้างต่อหน้าเธอ
จัดการอีกโต๊ะเรียบร้อย ได้พักสักหน่อย เวินจือหนิงหยิบมือถือขึ้นมา ส่งข้อความเข้ากลุ่มที่มีห้าคน
【ทั้งกลุ่ม(5)】
ชอบกินเย็นเย็น:【ลูกชายกูกำลังกินข้าวกับสาวที่ร้านที่กูทำงานอยู่ ใครสนใจรีบมาดู】
【ที่อยู่】
เวินจือหนิงปักหมุดที่อยู่ลงไป